FootNote:อภิปราย ไม่ไว้วางใจ ร้อน “สนิม” เกิดแต่ “เนื้อใน” ตน

พลันที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานรัฐสภา ออกมาให้ความมั่นใจต่อญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ที่เสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน

การเคลื่อนไหวไม่ว่าจะมาจากรัฐมนตรีอันเป็น 1 ใน 11 เป้าที่จะถูก “เด็ด” ในยุทธการ “ทะลายนั่งร้าน” ทางการเมืองก็น่าจะยุติ

ยิ่งเมื่อมองเข้าไปในรายละเอียดของข้อสังเกตและข้อกล่าวหา อันสะท้อนให้เห็นถึงการเบียดแทรกเข้าไปใช้อิทธิพลเหนือพรรคร่วมฝ่ายค้านของบางคนยิ่งน่าตระหนก

อาจเป็นการประเมินและสรุปจากความจัดเจนของนักการเมืองพันธุ์ที่เติบใหญ่มาบนเส้นทาง “เจ้าพ่อ” และ “ผู้ทรงอิทธิพล” จึงมองเส้นทางการเมืองไปในกระสวนแห่ง “การสมคบคิด”

และยิ่งหากประกาศเป็นประหนึ่ง “แม่ทัพ” คนสำคัญไม่ว่าจะจากรากฐานเดิมของการเมืองภาคตะวันออก ไม่ว่าจะตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายภายในพรรค ยิ่งจำเป็นต้องระมัดระวัง

เนื่องจากความเป็นจริงอันเป็นที่ประจักษ์ ผ่านอุปมาฉันใดอุปมัยฉันนั้น ภายในธรรมบทก็เด่นชัดว่า ยิ่งรวงข้าวอุดมสมบูรณ์ ยิ่งน้อมตัวลงใกล้ชิดกับพื้นดิน ต่างไปจากรวงข้าวลีบอย่างเด่นชัด

ความก้าวร้าวต่อพรรคเพื่อไทยก็ดี ความก้าวร้าวต่อพรรคก้าวไกลก็ดี ยิ่งสำแดงยิ่งเผยตัวตนของตนออกมา

ต้องยอมรับว่าพรรคฝ่ายค้านแสดงอาวุธของตน ผ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ โดยทะลวงเข้าไปในปัญหาและความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ของรัฐบาล

ทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นจากการบริหารราชการ และเกาะเกี่ยวกับผลสะเทือนจากสถานการณ์เดือนกันยายน 2564

“อาการ” อันออกมาจากรัฐมนตรีบางคนแห่งพรรคประชารัฐ สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความหวาดระแวงกันเอง เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่ร่วมในแผน “เดือนตุลาคม 2564”

นั่นก็คือการยกขบวนของรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ในการเข้าพบนายกรัฐมนตรีในทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะสางและชำระแค้นเนื่องจากสถานการณ์ “เดือนกันยายน 2564”

ความแค้นนี้เองที่ต่อเนื่องมาถึงญัตติ “ขอเปิดอภิปรายทั่วไป”

จึงกลายเป็นว่า “อาการ” ของรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้เผยแสดง “จุดอ่อน” และภาวะ “เปราะบาง” ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในรัฐบาลออกมา

ทุกอย่างดำเนินไปในลักษณะ “สนิม” เกิดแต่ “เนื้อใน” ตน

จึงขอให้จับตาปลายหอกที่พุ่งเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสถานการณ์ลอยตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเงียบๆ

ความร้อนแรงของ “อภิปรายทั่วไป” จึงงอกมาจาก “ภายใน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน