ระเบียบวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งส.ส. รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง
ที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติในช่วง 180 วันก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎรตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศหรือที่เรียกกันว่ากฎเหล็ก 180 วัน
นอกจากประเด็นได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ด้านหนึ่งยังเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนทุกข์ยากให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในตอนนี้ ขณะที่ผู้สมัครส.ส. ส.ส.และพรรคการเมือง ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้
เสียงเรียกร้องให้ กกต.คลายล็อกกฎเหล็กจึงเริ่มมีน้ำหนัก
พื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในขณะนี้กินพื้นที่มากกว่า 20 จังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง
ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐลงไปดูแลให้ความช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างครอบคลุม เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยขยายวงกว้างมากขึ้นจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม
นักการเมือง พรรคการเมืองถูกพันธนาการล็อกแขนขาไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่เหมือนปีก่อนๆ
เนื่องด้วยกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ได้จำกัดการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย ทำได้เพียงการเยี่ยมเยือนสอบถามให้กำลังใจและประสานกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่
ส่งผลให้การแก้ไขช่วยเหลือไม่ฉับไวเท่าที่ควรจะเป็น
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ชี้ว่า กกต.สามารถคลายล็อกกฎเหล็กนี้ได้
ตามมาตรา 65 วรรคสาม พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.กฎ 180 วัน มิให้ใช้บังคับแก่การให้ตามปกติประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ ตามจํานวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กกต.กําหนด
เดือนมกราคม 2562 กกต.เคยออกระเบียบว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ตามปกติประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควรให้พรรคการเมืองช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทและส.ส.ได้ไม่เกิน 3 แสนบาท
เรื่องภัยน้ำท่วม ทุกฝ่ายต้องช่วยกันไม่ว่าพรรคการเมือง ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน รวมถึง กกต.ที่ต้องใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชน อย่ามัวยึดติดอยู่กับกฎกติกาที่ไม่สมเหตุสมผลและฝืนธรรมชาติเช่นนี้