ปรากฏการณ์ “ครูกายแก้ว” สร้างกระแสความสนใจให้สังคมอย่างกว้างขวาง

จากเหตุการณ์รถบรรทุกรูปปั้นขนาดใหญ่ กึ่งมนุษย์กึ่งนก เล็บมือเล็บเท้ายาวสีแดง ตาสีแดง มีปีกด้านหลัง มีเขี้ยวสีทอง ติดคานสะพานลอย ระหว่างขนส่งไปติดตั้งหน้าโรงแรมบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว เนื่องจากความสูงรูปปั้นไม่พ้นคานสะพาน

ต่อมาสังคมรับรู้ข่าวสารรูปปั้นดังกล่าวคือครูกายแก้ว เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จากนั้นไม่กี่วันมีพิธีบวงสรวงเบิกเนตร มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่เคารพนับถือมาร่วมพิธี

ด้วยรูปลักษณ์แปลกประหลาดทำให้หลายคนสงสัยประวัติความเป็นมา ว่าสมควรต่อการกราบไหว้บูชาหรือไม่ ความอยากรู้ทำให้เกิดการค้นคว้า นำมาสู่การถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในแง่มุมต่างๆ

ความเป็นมาด้านหนึ่งเล่าว่า ครูกายแก้วคือ ครูของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบของนักวิชาการประวัติศาสตร์ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับหลักฐานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ขณะที่นักวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มองพลังศรัทธาครูกายแก้ว เป็นเรื่อง “ป๊อปคัลเจอร์” เกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ ที่นำเรื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เชื่อมโยงจินตนาการกับเรื่องเล่า ผูกให้เป็นเรื่องเทพเทวดาที่บันดาลความมั่งคั่ง ความโชคดีให้ผู้คนที่กราบไหว้

พร้อมตั้งข้อสังเกตกระแสป๊อปคัลเจอร์ช่วงนี้ การบูชาเครื่องรางของขลัง เพื่อความร่ำรวยโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง อาชีพ คู่ครอง กำลังเป็นที่นิยมผสมผูกโยงเรื่องเล่า จินตนาการออกมาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ มีปีก มีเขี้ยว

คล้ายกับกระแส “จตุคามรามเทพ” “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” และอีกมากมายก่อนหน้านี้

กรณีครูกายแก้ว สะท้อนสังคมไทยได้อย่างหนึ่งว่า เมื่อเป็นเรื่องความเชื่อมักมองข้ามข้อเท็จจริง

แต่คำถามสำคัญ ทำไมจึงเป็นกระแสขึ้นมา ทำนองเดียวกับจตุคามรามเทพ และอื่นๆ คำตอบอย่างหนึ่งคือ ปรากฏการณ์ความเชื่อพวกนี้มักเกิดในช่วงปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ

ปัจจุบันช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง ประชาชนรู้สึกขาดหลักประกันความมั่นคงทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ คนกลุ่มหนึ่งหันไปหาสิ่งยึดเหนี่ยวแปลกใหม่แม้จะอธิบายที่มาที่ไปไม่ได้ก็ตาม

หากมองจากมุมนี้ การเมืองจึงเป็นต้นทางความหวัง เปลี่ยนผ่านเรียบร้อยเร็วเท่าไหร่ก็จะคืนสภาพมั่นคงทางเศรษฐกิจและสภาพจิตใจคนในสังคมได้เร็วเท่ากัน

เมื่อนั้นกระแสกราบไหว้ขอโชคลาภทรัพย์สินเงินทองจากรูปเคารพที่มีประวัติความเป็นมาคลุมเครือ ก็จะลดน้อยหายไปในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน