FootNote ในเสียง คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ สะท้อน การรุกทางวัฒนธรม
การปรากฏขึ้น ดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็น “ไวรัล” ที่ร้อนแรงเป็นอย่างสูงของเพลง “คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ” คือสัญญาณอันเป็นภาพสะท้อนแห่ง “การเปลี่ยนแปลง” ที่สำคัญ
เนื่องจากเป็นการดำรงอยู่ซึ่งแตกต่างอย่างยิ่งไปจากการปรากฏขึ้นแห่งเพลง “คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ” เพราะได้ก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนทั้ง “รูปแบบ” และ “เนื้อหา”
โดยรูปแบบของเดิมอาจปรากฏขึ้นผ่านกระบวนการเพลงซึ่งเรียกกันว่า “เพลงป็อบ” ขณะที่รูปแบบใหม่ได้รับการปรับแต่งออกมาในรูปของ “หมอลำ”
ที่สำคัญเป็นอย่างมากอุปมาและอุปมัยแห่งการเปรียบเทียบ ที่สอดสวมเข้ามาใหม่เพื่ออธิบายในเชิงโต้แย้งกับสถานะที่ไม่มีปริญญา ไม่มีงานทำเป็นการยืนยันในทรัพย์โดยธรรมชาติที่มีอยู่
เมื่อเป็นเพลงหมอลำทั้งยังเป็น “หมอลำซิ่ง” วิถีแห่งการแสดงออกจึงใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่งกับ “เพลงพื้นบ้าน” ในภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นลำตัด ไม่ว่าจะเป็นเพลงอีแซว
การเอ่ยถึง “อวัยวะเพศ” ไม่ว่าจะของ “คนหญิง” ไม่ว่าจะเป็นของ “คนชาย” จึงติดอยู่สองริมฝีปาก ทั้งที่ได้ยินว่าเป็น “กี” ทั้งที่ได้ยินว่าเป็น “กล้วย”
หากมองจากความเคยชินของพระเอกยอดนิยมที่มีชื่อพ้องกับดาว เด่นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ก็ย่อมบังเกิดความสะกิดใจและลงความเห็นว่าหยาบคาย ไม่สุภาพ
ความเห็นจาก “พระเอก” ยอดนิยมนั้นเองที่เหมือนกับเป็นการตรวจสอบ “ปฏิกิริยา”
ในทางสังคมที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ปฏิกิริยานี้จำแนกแยก “กลุ่มบุคคล” ออกมาอย่างชัดเจน ระหว่างคนเมือง คนเมืองใหญ่ และคนในชน บทที่เป็นชาวบ้านร้านถิ่นธรรมดา
คนเมืองแสดงความกังขา รังเกียจ มองเห็นว่าไม่สุภาพและถึงขั้นฟันธงว่า “หยาบโลน” แต่คนเมืองใหญ่และคนในชนบทก็สำแดงออกอาจแตกต่างแต่แตกต่างอย่างไปทางเดียวกัน
บรรดา “ปฏิกิริยา” ซึ่งกลายเป็น “ไวรัล” ในโลกแห่งออนไลน์ใน
ขณะนี้ได้กลายเป็นคำตอบว่าในที่สุดแล้วก็รับได้และชื่นชม
เสียงเพลง “คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ” เมื่อได้รับการเอ่ยอ้างในโลกแห่งออนไลน์และในบรรยากาศแห่งการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาจึงดำเนินไปในลักษณะที่รู้ ๆ กันอยู่ จึงตามมาด้วยรอยยิ้มเงียบสุขุมและเสียงหัวร่อครืนโครม
การหวนกลับมา “แจ้งเกิด” ของเพลง “คนจนมีสิทธิ์ไหมคะ” จึงไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นสังคมที่ “เปิดกว้าง” เป็นอย่างสูง หากแต่ยืนยันในอิทธิพลแห่งลักษณะ “พื้นบ้าน” อันเป็นสากลทั่วไป
นี่คือการรุกในทาง “วัฒนธรรม” ผ่านรูปแบบของ “หมอลำ” อันเป็นตัวแทนของชาวบ้าน