นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางกลับถึงประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐ
ภารกิจทั้ง 4 วันไม่รวมเวลาเดินทาง นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้พบปะผู้นำหลายประเทศ กล่าวสุนทรพจน์รวม 5 ครั้ง พูดคุยกับองค์กรต่างๆ 2 องค์กร
อีกทั้งได้พบกับบริษัทระดับโลก ทั้งเทสล่า ไมโครซอฟท์ กูเกิ้ล ซิตี้แบงก์ เจ.พี.มอร์แกน โกลด์แมน แซคส์ และเอสเต ลอเดอร์ ที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทย
เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีที่ผู้นำประเทศไทย มีโอกาสพบปะเจรจาแบบทวิภาคีกับผู้นำนานาชาติและผู้บริหารระดับสูงบริษัทชั้นนำระดับโลก
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี ยังพบผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ที่เห็นลู่ทางให้บริษัทของไทยไปจดทะเบียนด้วย และหวังว่าปีนี้จะได้เข้าไปอย่างน้อย 1 บริษัท
อีกทั้งพบปะกับประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า พูดคุยกันถึงการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่อาเซียนจะเป็นเจ้าภาพในปี 2034
ขอรับการสนับสนุนการพัฒนากีฬาฟุตบอลของไทยจากเดิมที่เคยได้ปีละ 2.5 แสนเหรียญต่อปีให้เป็นปีละ 2 ล้านเหรียญ
การเดินทางไปร่วมประชุมระดับโลกของผู้นำไทยครั้งนี้ สะท้อนว่าที่ผ่านมา ประเทศชาติสูญเสียเวลาและโอกาสไปกับผู้นำรัฐประหารอย่างประเมินค่าไม่ได้
ธีมการประชุมปีนี้ คือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน 17 ข้อ ที่สมาชิกกว่า 190 ประเทศที่เห็นควรพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงภาวะโลกเดือดด้วย
นายกรัฐมนตรีระบุถึงจุดยืนที่ประกาศในเวทีนี้ คือย้ำว่าไทยเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมการปกครอง
รวมถึงนำเสนอนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่จะยกระดับขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกบริการด้านสาธารณสุขของรัฐได้อย่างสมเกียรติและมีศักดิ์ศรี
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะได้ต่อยอดเพิ่มการเจรจาใหม่ๆ อีก ระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) เดือนพฤศจิกายน ที่ซานฟรานซิสโกต่อเนื่อง ซึ่งต้องติดตามต่อไป