สส.พรรคประชาชาติ มีจำนวนสส.มากที่สุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อสภาผู้แทนราษฎร
ประกาศและคำสั่งดังกล่าวออกโดยคณะรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 จำนวน 3 ฉบับ คือประกาศคสช.ที่ 98/2557 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 57/2559
โดยสส.พรรคประชาชาติระบุว่าประกาศและคำสั่งหัวหน้าคสช. 3 ฉบับ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นปัญหามายาวนานเกือบ 20 ปี
เป็นการคืนอำนาจให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบ.บต.) ต่อภารกิจแก้ปัญหาความรุนแรงชายแดนใต้
สำหรับประกาศและคำสั่งคสช.ทั้ง 3 ฉบับนั้น สาระสำคัญหลักคือลดอำนาจศอ.บต. เพิ่มอำนาจให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
โดยเฉพาะการยกเลิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามพ.ร.บ.ศอ.บต. ซึ่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ นี้ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกิน 49 คน
สมาชิกประกอบไปด้วยผู้แทนจากหลากหลายสาขา ทั้งภาคราชการ เอกชน ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้แทนการศึกษาด้านศาสนา และสื่อมวลชน เป็นต้น
จากนั้นคณะรัฐประหารตั้งกรรมการที่ปรึกษาขึ้นมาทดแทน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ และฝ่ายความมั่นคงเป็นหลัก
การลดอำนาจศอ.บต. เพิ่มอำนาจให้กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา และแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือการทหารนำการเมืองเป็นหลัก ตลอดระยะเวลา 9 ปี หลังรัฐประหาร 2557 พิสูจน์แล้วยังไม่ได้ผล
โดยข้อเสนอของสส.พรรคประชาชาติ คือการยกเลิกประกาศและคสช.ทั้ง 3 ฉบับ เพื่อจะได้กลับไปใช้พ.ร.บ.ศอ.บต.เหมือนเดิมอย่างเต็มรูปแบบ
จะส่งผลดีต่อการพัฒนาและการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการพิจารณาอนุมัติงบประมาณต่างๆ จะได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งศอ.บต. ซึ่งประสบผลสำเร็จมาแล้วในระดับหนึ่งก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุด
อีกทั้งยังสอดรับกับการแต่งตั้งเลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ ที่ยึดแนวทางอำนวยความยุติธรรม และงานมวลชนเป็นหลัก พลิกฟื้นการเมืองนำการทหาร