FootNote บทบาท สำนักพุทธศาสนา ตรวจสอบ อาจารย์น้องไนซ์

ในที่สุด กรณีของ “อาจารย์น้องไนซ์” ก็เข้าไปอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นไปตามบัญชาของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นี่เป็นอีกจังหวะก้าวหนึ่งภายในกลไกแห่งอำนาจรัฐอันเป็นรูปธรรมสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาอันเนื่องแต่การเคลื่อนไหวของ “อาจารย์น้องไนซ์” มากด้วยความร้อนแรง

เพราะ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ออก “แอ็คชั่น” ขณะเดียวกัน 1 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ยื่นมือเข้าไปตรวจสอบ

หากมองจากด้านของ “อาจารย์น้องไนซ์” ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ล้วนแต่เป็นคุณ

ในเมื่อภารกิจที่ “อาจารย์น้องไนซ์” ได้รับในลักษณะข้ามภพข้ามชาติมาเป็นภารกิจที่สัมพันธ์กับแนวทางและหลักการอันได้มาโดยตรงจาก “องค์ศากยมุนี” จึงไม่มีอะไรต้องหวั่นเกรง

ขณะเดียวกัน การขยับทั้งโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คือความรับผิดชอบ และทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาแห่ง “มหาเถรสมาคม”

ยอมรับเถิดว่าการเสนอทฤษฎีว่าด้วย “เชื่อมจิต” โดย “อาจารย์น้อง ไนซ์” เป็นการเสนอด้วยความละเอียดอ่อนไม่ยิ่งหย่อนกว่าที่มีการ
ยืนยันว่า “นิพพาน” เป็น “อัตตา” ของบางสำนักก่อนหน้านี้

โดยพื้นฐานจึงเป็นภาระหน้าที่ของบรรดาปราชญ์ในทางพุทธธรรมที่จักต้องทำความเข้าใจและให้คำตอบ

ตรงนี้แหละที่สังคมทอดมองไปยังบทบาทของ “มหาเถรสมาคม” ประสานกับบทบาทของ “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” อย่างจริงจัง

เพราะหากปล่อยเลยตามเลยโดยไม่มีคำตอบอันแอบอิงอยู่กับหลักการแห่งพุทธธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากที่ปรากฏในพระไตรปิฎกก็อาจเป็นอันตราย

ไม่เพียงเป็นอันตรายในทาง “ความคิด” ก่อให้เกิดความวิปริต เลื่อนเปื้อนเลอะเทอะในทาง “การปฏิบัติ” หากบั่นทอนเสถียรภาพ

จึงน่าชมเชยที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างสูงได้แสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นที่ประจักษ์

เท่ากับเป็นการตัดไฟก่อนที่จะลามไหม้ไปในความศรัทธา

เท่ากับกระตุ้นให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทำหน้าที่ของตน และเท่ากับเป็นการผดุงความมั่นคงให้กับการพระ ศาสนาในมือแห่ง “มหาเถรสมาคม”

ในที่สุดแล้วก็คือความรับผิดชอบในการจัดระบบปรับขบวน ความเชื่อต่อพุทธธรรมในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน