FootNote เกาะติด หนองวัวซอ โมเดล สมรภูมิใหม่ ชิง นายกอบจ.
ความขัดแย้งที่กำลังสะท้อนผ่าน “หนองวัวซอ โมเดล” มิได้เป็นความขัดแย้งบนฐานแห่งความคิดประการเดียว หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือความขัดแย้งบนฐานแห่งข้อมูล ความเป็นจริง
ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีจาก “รัฐบาล” ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีจาก “ฝ่ายค้าน”
เหมือนเป็นการปะทะระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ก้าวไกล”
ยิ่งในสถานการณ์แห่งความต้องการที่จะแย่งชิงพื้นที่ทางการเมืองผ่านสถานการณ์การเลือกตั้งนายกอบจ. ยิ่งทำให้เกิดความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากพรรคก้าวไกลเน้นอย่างหนักแน่นไปยังพื้นที่หนองวัวซออย่างเป็นด้านหลัก โดยเฉพาะบทบาทของเลขาธิการพรรคและประธานที่ปรึกษาพรรค
อย่าลืมเป็นอันขาดว่าประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกลสร้างชื่อเสียงมาจากเนื้อหาแห่งการอภิปรายผ่าน “กระดุมห้าเม็ด” ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับที่ดินและเกษตรกรแนบแน่น
อย่าลืมเป็นอันขาดว่ารากฐานของเลขาธิการพรรคก้าวไกลตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ คือ ปัญหาของที่ดินอย่างยาวนาน
ความเห็นต่างจาก “หนองวัวซอ โมเดล” จึงมีความสำคัญ
ถามว่าข้อมูลของพรรคก้าวไกลเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไรในทางความคิดและเท่าที่สำแดงออกเป็นปฏิบัติการทางการเมือง ซึ่งต่อยอดจากยุคพรรคอนาคตใหม่
ขณะที่รัฐบาลเกาะกุมข้อมูลอยู่ที่กรมธนารักษ์ อยู่ที่กระทรวงกลาโหม แต่พรรคก้าวไกลอยู่ที่ความเป็นจริงของหนองวัวซอ
นั่นก็คือ มีหลักฐานการมีอยู่ของชุมชนหนองวัวซอตั้งแต่ปี 2468 บางแปลงมีเอกสารแจ้งการยึดครองทำประโยชน์ที่เรียกว่า ส.ค.1 ตั้งแต่ปี 2498
ยืนยันว่า “มีการครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่พ.ศ.2477 ด้วยการบุกเบิก”
ข้อมูลเหล่านี้เองที่ทำให้กรณี “หนองวัวซอ” มิได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะนับแต่มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุเมื่อปี 2553 หนองวัวซอก็ระอุด้วยการคัดค้านของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง
ถามว่ารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยรับรู้ “ข้อมูล” เหล่านี้หรือไม่
พลันที่ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกลปรากฏ พลันที่เลขาธิการพรรคก้าวไกลปรากฏ ย่อมยืนยันในความมั่นใจ
มั่นใจต่อข้อมูล “ประชาชน” มั่นใจต่อจุดห่วงใย “ก้าวไกล”
หากย้อนกลับไปศึกษาปัญหาอันเคยเกิดขึ้นในพื้นที่หนองวัวซอ ตั้งแต่หลังสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ต่อเนื่องถึงสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 ก็จะเข้าใจ
เข้าใจว่าเหตุใดพรรคก้าวไกลจึงให้ความสนใจต่อประเด็นว่าด้วย “หนองวัวซอ โมเดล” อย่างเป็นพิเศษ