เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้นายฉัตรชัย บางชวด ขยับจากรองเลขาธิการ ขึ้นเป็นเลขาธิการสมช.คนใหม่ แทนคนเก่าที่เป็นนายพลตำรวจ และเกษียณอายุราชการไป

ในรัฐบาลหลายยุคสมัยการแต่งตั้งเลขาฯ สมช. มีทั้งการผลักดันคนใน หรือ “ลูกหม้อ” ขึ้นมารับตำแหน่ง แต่ก็มีหลายคนเป็น “คนนอก” จากกองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้ามห้วยเข้ามานั่งตำแหน่งนี้

จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการหาทางออกของรัฐบาล ให้กับ “ผู้อกหัก” จากตำแหน่งสูงสุดในหน่วยงานเดิม การตั้งให้มาเป็นเลขาฯ สมช. ถือเป็นการปลอบใจ ก่อนจะเกษียณอายุราชการ

ช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ยุครัฐบาล คสช.และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการแต่งตั้งนายทหารยศพลเอก ข้ามห้วยจากกองทัพ

เข้ามาเป็นเลขาธิการ สมช.ติดต่อกันถึง 5 นาย ได้แก่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม

ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เกิดปัญหาไม่ลงตัวในตำแหน่งระดับสูงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครม.จึงเห็นชอบให้พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร.ขณะนั้น ข้ามมารับตำแหน่งเลขาฯ สมช.

ทำให้นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาฯ สมช. อาวุโสลำดับ 1 ไม่ได้ขยับ แต่ก็ได้รับมอบหมายงานสำคัญให้เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในทางการเมืองบทบาท สมช.มีความสำคัญต่อรัฐบาล จึงไม่แปลกที่เลขาฯ สมช. จะมาจากคนที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความไว้วางใจ

นายฉัตรชัย บางชวด มีประสบการณ์คลุกคลีงานข่าวความมั่นคงมายาวนาน การได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาฯ สมช.คนใหม่ ถือว่า “ถูกฝา ถูกตัว” ที่สำคัญยังเป็นการคืนขวัญกำลังใจให้กับคนใน สมช. ที่จะได้เติบโตตามเส้นทางในระบบปกติ

จากนี้จึงต้องติดตามผลงานนายฉัตรชัย จะสมกับความไว้วางใจของรัฐบาลแค่ไหน ทั้งงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน สงครามสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน และภัยคุกคามอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ

รวมถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ หลังคดีตากใบหมดอายุความ 25 ต.ค. โจทย์ใหญ่ข้อแรกท้าทายฝีมือเลขาฯสมช.คนใหม่ ควบตำแหน่งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน