กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมแคมเปญ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” กระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายฟื้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะจ.เชียงราย และเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทั้ง 17 จังหวัด
หอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินมูลค่าความเสียหายนับถึงปลายเดือนกันยายนว่าประมาณ 29,845 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.17% ของรายได้รวมประชาชาติ
ภาพรวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร 1,166,992 ไร่ และพื้นที่อื่นๆ 1,826,812 ไร่
ภาคการเกษตรได้รับผลกระทบมากที่สุด มีมูลค่าความเสียหายรวมถึง 24,553 ล้านบาท คิดเป็น 82.3% ของความเสียหายทั้งหมด รองลงมาเป็นภาคบริการ เสียหาย 5,121 ล้านบาท และภาคอุตสาหกรรม เสียหายราว 171 ล้านบาท
อุทกภัยในภาคเหนือปีนี้ มีความรุนแรงพอสมควร แม้จะไม่มหาศาลเท่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งเป็นความเสียหายมหาศาลในภาพรวมทั้งประเทศ
รัฐบาลได้บูรณาการหน่วยงานต่างๆ ให้การช่วยเหลือ โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือศปช. ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อเป็นศูนย์สั่งการ และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
มอบหมายกระทรวงมหาดไทยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ มีระดับรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ และผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามผลการดําเนินงาน ปัญหา อุปสรรค จากหัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบแต่ละโซน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติเงินเยียวยาเบื้องต้นให้แก่ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงแรก ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นรายกรณีไปในส่วนผู้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การแก้ปัญหาที่ต้องต่อเนื่องกัน ได้แก่ การฟื้นฟูต่างๆ หลังจากน้ำลด ทั้งบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว วัดและศาสนสถาน รวมถึงสถานประกอบการอื่นๆ ให้กลับคืนเป็นปกติโดยเร็ว
หนึ่งในนั้น คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้เสนอโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่ง เตรียมคิกออฟในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการเตรียมฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม
กำหนดตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 800 บาทและนักท่องเที่ยวออกเองอีกครึ่ง หากประสบผลสำเร็จก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกิจกรรมขึ้นชื่อต่างๆ ทั้งงานลอยกระทง จ.เชียงใหม่และเชียงราย
จึงขอเสนอว่ารัฐบาลน่าจะนำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคเหนือทั้งระบบ ที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีวางไว้อย่างเชื่อมโยงถึงกันก่อนหน้านี้มาปรับใช้ก็น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภาคเหนือได้ตลอดทั้งปี