ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรธานี เวทีปะทะกันโดยตรงระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชน ผลคะแนนแพ้-ชนะที่ออกมาไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

ก่อนการเลือกตั้ง นักวิเคราะห์การเมือง รวมถึงสื่อมวลชนทุกสำนัก ต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือผู้สมัครจากพรรคประชาชน

สำหรับนายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ชัยชนะครั้งนี้แม้จะเป็นเพียงสนามการเมืองท้องถิ่น แต่ก็ถือเป็นข่าวดีต่อเนื่องในเวลาห่างกันเพียง 3 วัน หลังอัยการสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้องพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองฯ

ที่นักร้องฝ่ายตรงข้ามคาดหวังให้เป็นสารตั้งต้นไปสู่การร้องยุบพรรค แต่ก็ต้องผิดหวัง

สําหรับผลคะแนนไม่เป็นทางการ นายศราวุธ เพชรพนมพร จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนรวม 327,487 คะแนน

ขณะที่นายคณิศร ขุริรัง คู่แข่งคนสำคัญจากพรรคประชาชน ได้คะแนนรวม 268,675 คะแนน ส่วนต่างจึงอยู่ที่ 58,812 คะแนน

เมื่อเทียบการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรฯ ปี 2563 เพื่อไทยส่งนายวิเชียร ขาวขำ ลงสมัครและได้ชัยชนะ ได้คะแนนทั้งสิ้น 325,933 คะแนน ครั้งนี้ที่ส่งนายศราวุธ เพชรพนมพร ได้คะแนนเพิ่มขึ้น 1,554 คะแนน

ส่วนพรรคสีส้ม ส่งนายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ ได้คะแนนไปทั้งสิ้น 185,801 คะแนน ครั้งนี้ส่งนายคณิศร ขุริรัง ในนามพรรคประชาชน ได้คะแนนเพิ่มขึ้นถึง 82,874 คะแนน

จากตัวเลขนี้ทำให้มองได้อีกมุมว่า คะแนนที่พรรคสีส้มได้เพิ่มขึ้นมาก ไม่ได้มาจากพรรคสีแดง

ายใต้ชัยชนะของนายศราวุธ หลายคนมองตรงกันว่า “ทักษิณ” มีส่วนอย่างมากในฐานะผู้ช่วยหาเสียง

จากการขึ้นเวทีปราศรัยประกาศทวงคืนเมืองหลวงพรรคเพื่อไทย ทั้งหวังขยายผลต่อยอดไปถึงเลือกตั้งระดับชาติ ตั้งเป้า สส.เกิน 200 ที่นั่ง

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มองในมุมผู้ช่วยหาเสียงให้พรรคประชาชนว่า “แพ้แต่พัฒนา” เนื่องจากได้คะแนนรวมเพิ่มขึ้น ช่องว่างลดลง เชื่อว่าเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าพรรคมีโอกาสได้ สส.อุดรฯ มากกว่า 1 เขต แน่นอน

จากนี้ไปจึงคือช่วงเวลาที่สองพรรคใหญ่ รวมถึงพรรรคอื่นๆ จะอาศัยสนามเลือกตั้งท้องถิ่นระหว่างนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า เป็นสนามทดสอบจุดแข็ง-จุดอ่อน วิเคราะห์คะแนน เตรียมพร้อมสู้ศึกใหญ่ตามวิถีประชาธิปไตย ที่ไม่ว่าสนามเล็ก สนามใหญ่ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินแพ้ชนะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน