จากนโยบายรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แถลงต่อรัฐสภา ในการส่งเสริมสถาบันศาสนาให้เป็นกลไกสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิตของประชาชนคนไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
ล่าสุดรัฐบาลโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข้อสั่งการ 8 ข้อ ไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำหรับใช้เป็นกลไกสอดส่องดูแล ป้องกันคุ้มครองพระพุทธศาสนา
ทั้งนี้ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเขียนไว้ นอกจากการอุปถัมภ์ คุ้มครอง ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา เผยแผ่หลักธรรมให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา
ยังกำหนดให้รัฐต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกัน ไม่ให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใดอีกด้วย
ข้อสั่งการทั้ง 8 ได้แก่ ให้มีมาตรการกำหนดแนวทางป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น เสพยาเสพติด เล่นพนันในบริเวณวัด ป้องกันการกระทำผิดพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการเสพเมถุน การใช้สื่อออนไลน์
ติดตามเรื่องการนำคำสอนของพระพุทธศาสนาไปบิดเบือน เพื่อไม่ให้ศาสนิกชนหลงผิดหรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของพระสงฆ์ ดำเนินการกับผู้แต่งกายเลียนแบบสงฆ์อย่างเด็ดขาด
ออกมาตรการคุ้มครองดูแลพระสงฆ์ปฏิบัติดีไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง กำหนดมาตรการร่วมกับผู้ปกครองคณะสงฆ์คัดกรองผู้ที่จะอุปสมบท ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องคดี ผู้ติดยาเสพติด อาศัยวัดเป็นเครื่องมือหลบหลีกความผิด จัดตั้งและปรับปรุงศูนย์ร้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหารวดเร็วทันท่วงที
ข้อสุดท้าย หาแนวทางให้ศาสนิกชนมีส่วนร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ส่วนเรื่องที่อยู่ระหว่างรัฐบาลดำเนินการคือ การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของวัดและสำนักสงฆ์ที่เป็นปัญหา เช่น ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐจนเกิดข้อพิพาท
รวมถึงแนวทางปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเป็นระบบราชการ แต่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะทำมาตั้งแต่ยุคอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน
เนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมักทำงานเชิงรับ แต่จาก 8 ข้อสั่งการ รวมถึงแนวทางปรับโครงสร้างในอนาคต จะกระตุ้นให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องทำงานเชิงรุก ในการปกป้องพุทธศาสนา
ให้เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจและปัญญาของพุทธศาสนิกชนคนไทยอย่างแข็งแรงมั่นคงมากขึ้น