ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอเรื่องโครงการพัฒนาที่อยู่บริเวณสถานีรถไฟที่มีศักยภาพ หรือเรียกอย่างเข้าใจง่ายๆ ว่าโครงการบ้านเพื่อคนไทย
เป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนชาวไทย โดยจะนำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย
จากการสำรวจข้อมูลที่ดินพบว่าที่ดินรอบๆ สถานีรถไฟ หรือที่ดินที่มีสถานที่ตั้งใกล้กับรางรถไฟที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถ มีอยู่ประมาณ 38,000 ไร่
พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย
รัฐบาลระบุว่าจากการพิจารณาคัดเลือก พบพื้นที่มีศักยภาพที่จะดำเนินโครงการได้จำนวน 112 พื้นที่ และยังประเมินเพื่อคัดเลือกพื้นที่มีศักยภาพสูง 25 พื้นที่ รวมพื้นที่ 700.14 ไร่
การพัฒนาโครงการบ้านเพื่อคนไทยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะกลาง โดยระยะเร่งด่วนจะเป็นในปี 2567-2568 และจะแบ่งเป็น 2 ระยะย่อย
โดยระยะเร่งด่วนที่ 1 เป็นโครงการอาคารชุด 3 พื้นที่ คือ เชียงใหม่ เชียงราก และพื้นที่บางซื่อ ส่วนระยะเร่งด่วนที่ 2 เป็นโครงการบ้านพัก 3 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ กาญจนบุรี และนครราชสีมา
จากนั้นระยะสั้นจะเป็นโครงการในช่วงปี 2569-2571 และระยะกลางช่วงปี 2572-2576
เมื่อปี 2547 สมัยรัฐบาลที่พรรคไทยรักไทยในขณะนั้นเป็นแกนนำ ได้ดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย และปานกลาง มีโอกาสเข้าถึงที่พักอาศัยได้ในราคาถูก และก็ยังต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
สำหรับโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่รัฐบาลปัจจุบันนำมาขยายต่อนั้น กำหนดไว้เบื้องต้นไม่ต้องวางเงินดาวน์ ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท ได้สิทธิอยู่อาศัยในระยะยาว และยังเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานอีกด้วย
โดยใช้พื้นที่ของการรถไฟฯ เป็นหลัก แต่ต้องมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บริเวณชุมชน มีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่ มีระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน และใกล้กับมหาวิทยาลัยของภูมิภาคนั้นๆ เป็นต้น
ที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ถ้าประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถเข้าถึงได้ในราคาถูก ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น