พรรคประชาชน ซึ่งมีจำนวนสส.อันดับ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร แถลงมติที่ประชุมพรรคตัดสินใจสนับสนุนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนสส.อันดับ 3 เป็นนายกรัฐมนตรี
การสนับสนุนของพรรคประชาชน มีข้อตกลงที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสส.
คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว
และพรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย นำโดยพรรคเพื่อไทยตัดสินใจทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา พร้อมกราบถวายบังคมทูลรายงานสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
โดยปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อว่า ขณะนี้บรรยากาศทางการเมืองมีความสับสนอลหม่าน และเศรษฐกิจมีปัญหารุมเร้า จึงเห็นว่าควรจะคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจ และก็ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การตัดสินใจของพรรคประชาชน ทำให้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และพรรคประชาชนเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
สถานการณ์ทางการเมืองในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะนำไปสู่การแก้วิกฤตการเมืองได้หรือไม่
การตัดสินใจดังกล่าวของพรรคประชาชน ก่อให้เกิดหัวข้อวิเคราะห์ พร้อมทั้งกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและรุนแรง มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังจะเห็นได้จากเคลื่อนไหวสกัดกั้นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล จนนำไปสู่การยุบพรรค และก่อตั้งใหม่เป็นพรรคประชาชนในปัจจุบัน
อีกทั้งที่ผ่านมาเมื่อพรรคประชาชนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติกฎหมายต่างๆ ก็จะถูกพรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนเสียเป็นส่วนใหญ่
จากหลายกรณีดังกล่าว สังคมจึงตั้งคำถามว่าข้อตกลงยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะเป็นจริงและเชื่อถือได้จริงหรือไม่