“วิโรจน์” รับ “ปชน.” เปิดกว้างคนมีส่วนร่วม ทำให้มีจุดอ่อน เหน็บ ผู้สมัครพรรคอื่น มีคดียึดทรัพย์ ยังได้ลงสมัคร สส. เชื่อเป็นกระบวนการดิสเครดิต
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ถูกจับกุม และมีกระแสข่าวที่จะถูกจับกุมเพิ่มว่า ที่ผ่านมากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร สส. พรรคของเราใช้การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เครดิตบูโร
โดยเราได้คัดกรองผู้สมัคร สส. ที่ไม่มีหมายจับค้างเอาไว้มาเป็นผู้สมัคร และจะต้องไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษ หรือมีคำพิพากษาในคดีอาญาร้ายแรง การดำเนินคดีกับผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนล้วนเป็นการออกหมายจับภายหลังจากกระบวนการรับสมัคร สส.เสร็จสิ้นแล้ว และผู้สมัคร สส. ที่ถูกจับกุมก็ไม่เคยต้องโทษหรือคำพิพากษาใดๆ มาก่อน
แม้จะมีข้อมูลปรากฏว่าผู้สมัคร สส. ที่ถูกดำเนินคดีบางรายเคยมีข้อร้องเรียน ตนยืนยันได้ว่าพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจกับข้อร้องเรียนหรือเบาะแสต่าง ๆ ที่ได้รับ พรรคมีกลไกของกรรมการวินิจฉัยและกรรมการวินัยในการสืบสวน เพื่อหาหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือเชิญผู้ที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจง
หากไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์หรือผู้ถูกร้องเรียนสามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล พรรคก็ไม่อาจใช้เพียงข้อกล่าวหาหรือเบาะแสตามบัตรสนเท่ห์มาพิพากษาผู้สมัครล่วงหน้าได้
“ความตั้งใจของพรรคประชาชน คือต้องการเป็นพรรคมวลชน เปิดการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เข้ามาทำงานร่วมกับพรรคได้มากที่สุด เป็นพรรคที่เปิดรับอย่างกว้างขวาง ในจุดนี้ทำให้พรรคมีจุดอ่อนในเรื่องของคนที่เข้ามาร่วมงานกับพรรค
ที่ผ่านมาพรรคพยายามปรับปรุงกระบวนการในการคัดกรองและคัดเลือกให้รัดกุมที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อพรรคเราเน้นการเปิดรับการมีส่วนร่วมก็ย่อมมีความบกพร่องเกิดขึ้นได้ตามสมควร” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราตระหนักว่าการที่พรรคจะเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะอย่างได้สัดส่วน
นับจากนี้พรรคมีมาตรการชัดเจนว่า หากมีผู้สมัคร สส. คนใดถูกดำเนินคดี พรรคจะอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ไม่มีการแทรกแซง และหารือกับผู้สมัครรายนั้นให้พิจารณาตนเองในการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้คุณสมบัติการลงสมัคร สส. สิ้นสุดลง
เชื่อว่าหากพรรคดำเนินการตามมาตรฐานนี้อย่างตรงไปตรงมา ประชาชนจะเข้าใจและสามารถยอมรับได้ และจะทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทำไมการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดี ถึงเจาะจงกับผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนเท่านั้น ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้สมัคร สส. ของพรรคอื่นเลย
ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองอื่นด้วยว่าในเมื่อพรรคประชาชนมีมาตรการและมีมาตฐานที่ชัดเจนจัดการกับผู้สมัคร สส. ถึงเวลาที่ผู้สมัคร สส. คนอื่นต้องถูกตั้งคำถามเช่นเดียวกัน
“ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนที่เกี่ยวข้องพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายเราดำเนินการอย่างเปิดเผย ไม่มีละเว้น ถึงเวลาที่ต้องคำถามกับพรรคการเมืองอื่น ที่ส่งผู้สมัคร สส. ที่ DSI รับเอาคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และ ป.ป.ง. มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ ทำไมผู้สมัครรายนั้น พรรคการเมืองนั้น ยังคงให้ลงรับสมัครเลือกตั้งต่อไป
แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาชัดเจนจากสารต่างประเทศ จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ ก็ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ รวมถึงพรรคการเมืองอีกหลายพรรคที่ส่งบุคคลที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ยังลงรับสมัครเลือกตั้งได้” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวพยายามดิสเครดิตพรรคประชาชน กลัวอย่างมากว่าหากพรรคประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ จะมีการบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจฟอกเงิน ธุรกิจศูนย์เหรียญที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเครือข่ายอิทธิพลทางการเมืองครั้งใหญ่ ตลอดจนจะมีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่มีการละเว้น
“ขอยืนยันว่าไม่ต้องกลัว เพราะถ้าเราได้รับโอกาสนั้น พรรคประชาชนจะจัดการทุนเทา ธุรกิจเทาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาดแน่นอน” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า สุดท้ายอยากเรียนต่อประชาชนว่า พรรคประชาชนไม่เคยอ้างว่าเราจะไม่พลาด แต่ยืนยันว่าเมื่อเรามีความผิดจะไม่ปกป้อง ไม่ใช้สองมาตรฐาน นี่คือความแตกต่างระหว่างการเมืองที่ประชาชนต้องการเห็นและการเมืองแบบดั้งเดิมที่ประชาชนไม่ต้องการอีกแล้ว
พรรคประชาชนยืนยันว่า เมื่อเราได้อำนาจจากประชาชนจะไม่มีใครได้อภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมายแม้แต่คนของพรรคประชาชนเอง เรายืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด
ส่วนนักการเมือง ส. ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ระบุว่าจะเป็นรายต่อไป นายวิโรจน์ ระบุว่า ไม่ได้หวั่นไหวกับสงครามประสาทรายวัน การแก้ปัญหาความคลุมเครือนี้ พรรควางมาตรฐานชัดเจนว่าจะมีอีกกี่ราย ส. หรือ ก.-ฮ. เอามาเลย
เรามีมาตรฐานเดียวกัน คือเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และจะมีการเจรจากับผู้สมัครคนนั้นให้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกพรรค จะทำให้คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนอย่างสัดส่วน
ส่วนที่มีการเรียกร้องให้คนที่รับรองผู้สมัคร สส. ที่เข้ามาต้องลาออกด้วย นายวิโรจน์ กล่าวว่า พรรคเราไม่โทษที่คน ยืนยันว่าการคัดเลือกผู้สมัครเราใช้คณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งส่วนของจังหวัดและส่วนกลางผสมกันไป ถ้าให้ออกแม้มีส่วนร่วมนิดเดียวตนคิดว่าออกทั้งพรรค เพราะตนก็มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครในหลายจังหวัด ดังนั้นจึงต้องมาแก้ที่ระบบ
เมื่อถามว่า ล่าสุดที่ จ.ตาก หลายคนประเมินว่าไม่ต่างกับสแกมเมอร์ เพราะนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่บ่อย จึงถูกตั้งคำถามว่าไม่ระแคะระคายบ้างหรือ นายวิโรจน์ กล่าวว่า กรณีนี้เรามีเบาะแส และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และพยายามหาหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม
แต่ต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่หน่วยงานราชการ เราสั่ง ปปง.ไม่ได้ ตรวจสอบได้เพียงประวัติอาชญากรรม ไม่สามารถไปตรวจสอบเส้นเงินได้ เมื่อเชิญผู้สมัครคนดังกล่าวเข้ามาให้คำชี้แจงและผู้ที่มาร้องเรียนเพื่อขอหลักฐานภาพถ่ายมัดแน่นหรือเชื่อได้ว่าเขากระทำเช่นนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเป็นลักษณะการให้ข้อมูลด้วยวาจา แต่ไม่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน เจ้าตัวก็ชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล
เราอยู่ในจุดที่ผู้กล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์ ไม่ใช่การใช้บัตรสนเท่ห์ที่ไม่มีตัวตนมาพิพากษาล่วงหน้า ซึ่งจะถือเป็นดาบสองคม กรณีหน้าอาจมีหน่วยงานจัดตั้งเข้ามาร้องเรียน พรรคก็จะตัดสินใจแบบเดียวกัน มีเรื่องร้องเรียนแล้วตัดออกทันทีก็จะเป็นเรื่องง่ายแต่ก็จะเกิดปัญหาภายหลัง
ส่วนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ถูกนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ โจมตีประเด็นดังกล่าวบนเวทีดีเบตนั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า นายจตุพรก็พูดได้ ก็ขอให้ไปดูประวัติการทำงานของเขา ดูถึงการจัดซื้อจัดจ้างในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ไปดูงบประมาณในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงฯ ก็คงจะบอกว่าเป็นอำนาจของอธิบดีอีก
ดังนั้น การแสดงความรับผิดชอบต้องได้สัดส่วน เพราะทุกอย่างมีดิจิตอลฟุตปรินต์ หากมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง นายจตุพรจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่