ธรรมนัส เมิน “ไอซ์ รักชนก” บุกพะเยา เหน็บ อย่าสำคัญตัว ไปวันเดียวจะรู้เรื่องอะไร อย่าหลอกตัวเอง ย้ำจุดยืน กล้าธรรรม ไม่แตะ 3 เสาหลัก เผย กระแสโค้งสุดท้ายดี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคกล้าธรรมว่า จากการไปหลายจังหวัดเสียงตอบรับดี ส่วนคะแนนเสียงต้องว่ากันอีกทีนึง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองท่าทีของพรรคประชาชนที่แตกต่างกัน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม ในขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ระบุพร้อมจับมือกับทุกฝ่ายเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าไปบริหารประเทศ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มองอย่างไร ตอนนี้มองแต่ตัวเองก่อน
และมีหลักการชัดเจนว่า ใครก็ตามที่มีเจตนารมณ์ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวดหนึ่ง หมวดสอง เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด ตรงนี้เป็นจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคกล้าธรรมและไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เล่นการเมืองอะไรที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเสาหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา และสถาบัน ไม่เอาด้วยเด็ดขาด
เมื่อถามกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมา จะปลุกกระแสเรื่องของทหารได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทหารและกองทัพก็อยู่ส่วนของทหารอย่าเอามายุ่งเกี่ยวกัน หากการเมืองไม่คุยกันเองแล้วชอบทะเลาะกัน บ้านเมืองเสียหายหมด ท้ายสุดต้องมีกรรมการกลางออกมายามบ้านเมืองมีวิกฤต ทหารก็ต้องออกมาแก้ปัญหา
เมื่อถามว่าวาทกรรม มีทหารไว้ทำไม และรบไปก็แพ้ จะถูกนำกลับมาใช้อีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งที่เขาพูดจะย้อนกลับมาเข้ามาสู่ตัวเอง ตนไม่ได้ว่าใคร แต่เราอยู่มาด้วยกัน หาประวัติศาสตร์และสอนให้ลูกหลานได้รู้จักประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร
เราอยู่ได้เพราะมีกองทัพมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่สยามมาถึงกรุงเทพฯ และมีสถาบัน ประเทศที่เจริญแล้วก็มีกองทัพ แม้ความเจริญด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์อาจเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องมีทหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนการที่ผู้สมัคร สส.ของพรรค ถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัตินั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ให้สังเกตว่าเวลาที่พรรคเรามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเองว่ามีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีความพร้อมหรือไม่
หากยังไม่พร้อม ยังไม่ถูกต้องระเบียบกฎหมายที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดก็ต้องโทษตัวเอง อย่าไปโทษคนอื่น หากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง หากมีแผลสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับตัวเอง เราต้องดูตัวเองเป็นหลัก เรามีบทเรียนมาเยอะ ไม่เหมือนกับคนอื่นที่พอโดนตรวจสอบก็ไม่มองตัวเองแต่โทษคนอื่น
เมื่อถามกรณีที่ ร.อ. ธรรมนัส เคยพูดบนเวทีปราศรัยว่าจะเป็นพรรคอันดับ 3 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าจะได้อันดับ 3 แต่บอกว่าคัดผู้สมัคร จาก 350 ซึ่งการทำงานการเมืองต้องคัดเกรด ต้องกรองของเราถ้าไม่เป็นตามเป้าที่วางไว้ ตอนนี้เหลือ 100 กว่า จนกว่าจะถึงวันที่ 8 ก.พ.นี้ 100 กว่าจะเหลือเท่าไหร่ และถ้าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เราพร้อมสู้ทุกทาง
เมื่อถามรู้สึกหวั่นไหวบ้างหรือไม่ ที่น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียง จ.พะเยา และได้รับการตอบรับดี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ใครจะไปหาเสียงที่ไหน ตนแทบจะไม่ได้อยู่ที่พะเยา เพราะไม่ได้ลง สส.เขต แต่เป็นนายอัคราพรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.พะเยา เขต 1
“เราไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร อย่าสำคัญตัวเองผิด จ.พะเยา เราเปลี่ยนจากเมืองทางผ่านเป็นเมืองเศรษฐกิจ ตอนนี้แทบจะเป็นเมืองหลักอยู่แล้ว ขณะนี้กำลังจะมีสนามบิน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เมื่อเสร็จแล้วก็จะดำเนินการสร้าง ส่วนที่ น.ส.รักชนก บอกว่าอยากเปลี่ยน ต้องถามว่าเปลี่ยนอะไร คุณไปวันเดียวคุณรู้เรื่องอะไร อย่าหลอกตัวเอง” ร.อ.ธรรมนัส