พริษฐ์ จี้ถามปมช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้งด้วย บอกเป็นใบเสร็จแทรกแซงโดยอธิบดีปค. ‘เจเศรษฐ์’ ยันสอบเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีข้าราชการคนไหนมีอำนาจช่วยใคร-พรรคไหนได้ เชื่อไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรื่องอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดแชทข้อความที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขอร้องให้ช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้ง
โดยนายอนุทินมอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย มาตอบกระทู้แทน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้นายนฤชา อ้างว่าเปิดระบบไลน์เป็นสาธารณะ เชื่อมโยงหลายระบบ อาจมีใครแอบมาพิมพ์ข้อความแทนได้ เพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพียงเครื่องเดียวนั้น เป็นข้ออ้างฟังไม่ขึ้น อยากถามว่า นายอนุทินเชื่อคำชี้แจงนายนฤชาหรือไม่ จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เมื่อใด และสร้างความเชื่อมั่นอย่างไรว่า คณะกรรมการสอบสวนจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนในสีน้ำเงิน
หากพิสูจน์ได้ว่าอธิบดีกรมการปกครอง ทำผิดจริง อนาคตคงจบไม่สวย ถูกปลดออก หรือจำคุกฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าเป็นเรื่องจริง ข้อความไลน์นี้ถือเป็นใบเสร็จว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาโดนแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครองช่วยสีน้ำเงินชนะเลือกตั้งผ่าน 1.กลไกแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอที่มีอุดมการณ์เดียวกับสีน้ำเงินไปดูแลพื้นที่ต่างๆ เพราะในเวลานั้นกระทรวงมหาดไทยย้ายนายอำเภอสูงถึง 304 คน เกือบครึ่งหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็นผอ.เขตเลือกตั้งต่างๆ โดยตรง ตนจึงอยากทราบใช้หลักเกณฑ์ใดในการโยกย้ายนายอำเภอ ทำไมไม่รอโยกย้ายหลังการเลือกตั้ง
2.กรมการปกครองรับรู้เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ 1 ใน 3 โรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือ กรมการรักษาดินแดงที่อยู่ในสังกัดกรมการปกครอง พร้อมยืนยันหรือไม่ว่า ไม่มีใครในกรมการปกครองรู้ข้อมูลบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 ก.พ.2569 ข้อความในไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย อาจไม่ใช่แค่ส่งให้ปลัดจังหวัด แต่เป็นโค้ดลับหรือคาถาพิเศษที่ถูกใช้เพื่อเห็นว่า น้ำเงินทำอะไรไม่ผิด
ขอให้ชี้แจงว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เหตุใดกรมที่ดินไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง เพราะผู้บริหารถูกสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วย หรือ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปัดตกคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากเร็วๆ นี้คณะกรรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป่าคดีฮั้วสว. จะมีเหตุผลเพราะถูกสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วยหรือไม่ ไม่อยากให้เป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด จนประชาชนสงสัยเหตุผลที่รัฐบาลเข้าสู่อำนาจได้ เพราะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน หรือได้รับการช่วยเหลือประสานเสียงจากมือที่มองไม่เห็น
ด้านนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมา โดยหนังสือส่งมาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหนังสือที่อธิบดี ส่งมาว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอหรือไม่ หากมีข้อมูลอะไรที่ติดใจ จะนำมาสอบสวนตามกระบวนการต่อไป
ส่วนที่ถามว่าตนจะเชื่อที่อธิบดีชี้แจงมาหรือไม่นั้น ตนคงใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐานหรือการตัดสินใจไม่ได้ ต้องเชื่อด้วยการพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่ากระบวนการทางเทคโนโลยีนั้นจะตามรอยหรือตรวจสอบได้แน่นอน ตนเชื่อเรื่องนี้มากกว่า
สำหรับคำถามที่ว่าการตั้งสีน้ำเงินมาตรวจสอบสีน้ำเงิน จะมีสีอื่นเข้ามาตรวจสอบหรือไม่นั้น เรื่องสีตนไม่ชัดเจน แต่ที่นายพริษฐ์ ถามว่าจะมีพรรคอื่นเข้ามาร่วมหรือไม่ มีสส.จากทั้งซีกรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเข้ามาหรือไม่นั้น ตนขอชี้แจงว่าเรามีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แล้ว ซึ่งสามารถส่งเรื่องไปที่ กมธ.การปกครองก็ได้ เพราะมีสส.ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านนั่งเป็นกมธ.อยู่แล้ว
“ที่ถามว่าคนตรวจสอบกับผู้ที่ถูกร้องเป็นสีเดียวกัน เป็นพวกเดียวกันหรือไม่นั้น แน่นอนมหาดไทยสีเดียวกันหมด ข้าราชการมหาดไทยสีเดียวกันหมดคือสีกากี ตั้งแต่ผมเข้ามาก็เห็นสีเดียวคือสีกากีกระทรวงหาดไทยต้องมีการตรวจสอบและชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะมีมูลเหตุหลายอย่าง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนยืนยันกับประชาชนและเพื่อนสมาชิกได้คือ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ หากสิ่งที่นายพริษฐ์ พูดมามีข้อมูล มีหลักฐาน ก็เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ วันนี้เรามีหลากหลายองค์กร ที่นายพริษฐ์พยายามถามว่าตนรู้หรือไม่นั้น ตนตอบชัดเจนว่าคงไม่เอาใจหรือความรู้สึกของตัวเองมาตอบนายพริษฐ์ได้ แม้ตนจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง
ขอเรียนว่าข้าราชการไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งของตนเลย รวมถึงเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ว่านายพริษฐ์หรือพรรคของนายพริษฐ์ ก็ไม่มีข้าราชการคนไหนที่จะมีส่วนเข้ามาช่วยพวกเราได้
นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า วันนี้หากท่านบอกว่ามีกรมการปกครองเข้ามามีส่วนร่วมหรือช่วยให้ประชาชนเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ตนคิดว่าหากเราคิดเช่นนั้นลำบาก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเรามาจากประชาชน และเชื่อว่าเราคงไม่หวังให้ข้าราชการคนใดคนหนึ่งมาช่วยเรา
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าข้าราชการโดยเฉพาะกรมการปกครองคงไม่มีอำนาจไปชี้หรือสั่งให้พี่น้องประชาชนเลือกใครคนใดคนหนึ่งหรือเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งได้ แต่ที่นายพริษฐ์ พูดคือจะสื่อว่ากระบวนการเอื้ออำนวยหรือไม่ ขอให้นายพริษฐ์เดินหน้าตรวจสอบเลย ยืนยันว่าอะไรที่เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เรายินดีให้ข้อมูล แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ อะไรที่ท่านยังติดใจหลังจากนี้จะมีการชี้แจงจากกรมการปกครอง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องความเชื่อมั่น ตนคงพูดสั้นๆว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องเชื่อในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่สิ่งที่ท่านต้องเชื่อคือกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีระยะเวลา อะไรที่มีมูลเหตุและพยานหลักฐานที่ชัดเจน ตนเชื่อว่าไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจน
ส่วนการโยกย้ายในอำเภอนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนโยกย้ายไปแล้วมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หน้าที่ของนายอำเภอ คือผอ.กำกับดูแลการเลือกตั้งตามที่ กกต.ขอความร่วมมือมา ยืนยันว่าการแต่งตั้งข้าราชการหากมีอะไรที่ไม่เป็นธรรมต่อตัวข้าราชการเอง เขาก็มีช่องทางส่งเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้น เรารับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการที่กรมการปกครองเข้าไปยุ่งกับผู้สมัครหรือเอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครน้อยมาก หากเทียบการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา