การดี ชี้โครงการ TH-AI Passport ตามกฎหมาย สั่งยกเลิกได้ หวั่นเสียภาษีแล้วคนไทยไม่ได้ประโยชน์ หลังปลัดดีอีบอกแก้ TOR ไม่ได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ภายหลังที่ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร

โดยระบุว่า ตนได้รับแจ้งจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยตรงว่า งานงวด 1 ได้มีการส่งมอบแล้วจริงคือรายงานดำเนินการอย่างละเอียด แต่การตรวจรับยังอยู่ในกระบวนการ นั่นคือ งานงวดแรกยังไม่ได้จ่ายเงินออกไป ฉะนั้น ตนคิดว่าเรายังมีโอกาสทบทวนความเหมาะสมของโครงการนี้

นางการดี กล่าวต่อว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา 97 ระบุว่า ถ้าโครงการนั้นสามารถแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ และประโยชน์ของสาธารณะได้ จึงมีโอกาสที่จะทบทวนโครงการดังกล่าว ไม่ใช่เหมือนที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถยับยั้งได้แล้ว

“ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ กระทรวงดีอี มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดิฉันขอเชิญชวนให้ไปสะท้อนถึงความกังวลกับโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้มีการปรับ TOR ให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น” นางการดี กล่าว

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการรับฟังความเห็นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้เป็นเพียงพิธีกรรมฟอกขาวเท่านั้น นางการดี กล่าวว่า จริงๆ เรื่องนี้ตนก็เป็นห่วง เพราะตอนแรกได้รับทราบมาว่าโครงการนี้ถึงอย่างไรก็ไปต่อ เราก็ไม่รู้จะไปการรับฟังทำไม และถ้ามีการจ่ายเงินไปแล้ว การรับฟังก็ไม่เกิดประโยชน์

นางการดี กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้ามาดูข้อเท็จจริง ก็น่าสนใจว่า TOR สามารถที่จะปรับได้ หรือแม้แต่ทำให้โครงการนี้หยุดไปโดยสิ้นเชิง ในเชิงกฎหมายก็คิดว่าเรายังมีโอกาส

เมื่อถามย้ำว่า การที่ทางกระทรวงอีดี ระบุว่ารับฟังความเห็นแต่ไม่สามารถปรับปรุงโครงการได้ นางการดี กล่าวว่า ยังสามารถปรับปรุงได้ เพราะตามกฎหมายที่เราได้ตรวจสอบแล้วพบว่า สามารถปรับปรุงได้ทั้ง TOR หรือแม้แต่จะยกเลิกโครงการไปเลยก็ยังสามารถทำได้

“เรื่องนี้เป็นประเด็นเพราะเราก็ไม่อยากให้โครงการเดินต่อไปแล้วเกิดดราม่าแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะคนไทยจะไม่ได้ประโยชน์ เสียภาษีไปโดยไม่ได้อะไร”

“การฟอกก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ในเรื่องของตรายาง เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ไปอยู่ที่นั่น เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเต็มไปด้วยคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญ แล้วก็อาจจะพูดมาในทิศทางที่เราไม่เห็นด้วยเลยตั้งแต่ต้น”

นางการดี กล่าวต่อว่า อยากจะเชิญชวนและออกความคิดเห็นให้มีความชัดเจน ว่าเราต้องการอะไร และสิ่งไหนที่เป็นเรื่องเสี่ยง ย้ำว่าให้ช่วยเฝ้าระวังการฟอกขาวและการเป็นตรายางสแตมป์ไว้ให้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาระบุว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง TOR ได้ เนื่องจากมีการลงนามในสัญญาไปแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน