ไอซ์ ขู่ยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport 1,600 ล้าน อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้ ‘ธีระชาติ’ แฉ TOR ลอกข้ามกระทรวง-ปิดคอมเมนต์ไลฟ์สด แนะ ‘ไชยชนก’ พับโครงการคืนเงินกองทุนดีกว่าฝืนดันทะลุหลัง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินภายหลังรัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ธงที่กมธ.ยึดมั่นและต้องการสื่อสารมาโดยตลอดคือ ต้องการให้ล้มเลิก ยุติ และยกเลิกโครงการดังกล่าวทันที
มีข้อเสนอแนะโดยตรงถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้ออกนโยบายว่า แม้ปลัดกระทรวงดีอี จะอ้างว่าเป็นผู้ถืออำนาจยกเลิกสัญญาหรือไม่ก็ตาม แต่ในความเป็นจริง ฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้ออกนโยบายย่อมมีอำนาจที่จะตัดสินใจและสั่งการข้าราชการประจำได้ ว่าท่านอยากให้เงิน 1,600 ล้านบาท
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ท่านยังจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นอำนาจของฝ่ายการเมืองที่สามารถตัดสินใจและสั่งปลัดได้ว่าไม่ควรเดินหน้าต่อกับโครงการแบบนี้ ตนขอเสนอทางออกว่า รัฐมนตรีสามารถใช้วิธีพับโครงการ แล้วจ่ายค่าปรับบางส่วนให้แก่บริษัทเอกชน จากนั้นนำเงินงบประมาณที่เหลือทั้งหมดส่งคืนกลับเข้ากองทุน
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินโครงการพัฒนา AI เพื่อประเทศจริงๆ ควรถอนโครงการนี้ออกจากงบประมาณกองทุน แล้วนำเสนอเข้ามาในระบบงบประมาณปกติ เพื่อให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้องตามขั้นตอน
ตั้งแต่การเปิดให้ สส. ได้อภิปรายในวาระแรก การพิจารณาอย่างรอบคอบในชั้นกมธ.งบประมาณ ตลอดจนการกลั่นกรองตัดลดงบประมาณส่วนที่ไม่เหมาะสมในชั้นอนุกมธ. ซึ่งแนวทางนี้จะมีความสง่างามต่อตัวรัฐมนตรีเอง
“ไม่มีใครคิดขวางอนาคตทางด้านเทคโนโลยี AI ของประเทศ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ ตลอดกระบวนการของเงิน 1,600 ล้านบาทนี้ พบความผิดปกติในทุกสิ่งทุกอย่าง จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลยังจะฝืนเดินหน้าดันทะลุหลังโครงการนี้ต่อไปเพื่ออะไร” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ความผิดปกติในเวทีเสวนานั้น เราพบว่าบรรยากาศภายในงานมีลักษณะเหมือนถูกตระเตรียมและเกณฑ์คนมาร่วมงานเพื่อฟอกขาวโครงการ ซึ่งหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนที่สุดคือ หลังจากจบงานพบว่ามีการเกณฑ์ผู้เข้าร่วมงานกลับขึ้นรถตู้ที่เหมามาด้วยกัน ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี AI ทั่วไปที่จะเหมารถตู้มาร่วมงานและกลับพร้อมกัน
”อยากให้สังคมลองนำรายชื่อของบุคคลที่นั่งตอบคำถามอยู่บนโพเดียมในงานวันนั้น ไปสืบค้นข้อมูลดูอย่างละเอียด ว่ามีความเกี่ยวโยงหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ กับบริษัทที่เป็นเจ้าของสัมปทานจอดิจิทัลและบิลบอร์ดโฆษณาทั่วประเทศหรือไม่ หากไปค้นดูจะพบของดีอย่างแน่นอน“ น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามถึงวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.รักชนก ปล่อยภาพผู้บริหารบริษัท Plan B ร่วมงานวันเกิดตระกูลชิดชอบ แต่ภายหลังมีการปล่อยภาพนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จากอีกฝั่งเหมือนกัน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ไม่ว่าคนในพรรคจะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใดกับใครก็ตาม สส.กว่า 100 คนของพรรคประชาชน ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน
คือเดินหน้าทำงานตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาพิจารณา ต่อให้บุคคลนั้นจะเป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หรือเป็นใคร แต่ถ้ามีพฤติกรรมใช้วิธีงบประมาณแผ่นดินไปอย่างส่อทุจริตคอร์รัปชัน หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง กล้าพูดได้เลยว่าจะไม่ไว้หน้าใคร
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ขอชวนให้สังคมคิดวิเคราะห์เปรียบเทียบว่า หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับ สส. ของพรรคอื่นที่มีภาพถ่ายคู่กับอดีตผู้นำพรรคหรือผู้นำจิตวิญญาณ พวกเขาจะยังยินดีหรือกล้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสต่อไปเช่นนี้หรือไม่
แต่พรรคประชาชนเราขอยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่ออย่างแน่นอน เจอแน่ ถ้าท่านเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ มีคนลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แน่นอน
ขณะที่นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า งานเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เหมือนเป็นงานแถลงข่าวมากกว่าเปิดรับฟังความคิดเห็น เพราะขนาดถ่ายทอดสดออนไลน์ยังปิดคอมเมนต์ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าพยายามฟอกขาว คำถามที่ถามไปแล้วไม่ได้ตอบ เนื่องจากดูหน้างานเราเห็นอยู่แล้วว่าถูกออกแบบมาว่าให้เราพูดได้น้อยที่สุด
สิ่งที่สื่อมวลชนไม่ได้ยิน คนข้างหลังกระซิบกันว่าเปิดโอกาสให้คนอื่นถามบ้าง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าถามคนเดียว คำถามที่เราจี้ถามไป 1,500 ล้านบาท ทำไมไม่มีรายละเอียด
นายธีระชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็ไม่มีคำตอบ ตัวรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หรือผู้ที่เคยมาชี้แจงในกมธ.ติดตามงบประมาณฯ ก็ตาม บอกว่าโทเคนใช้ได้แบบไม่มีจำกัด แต่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. กลับบอกว่ามีจำกัด หรือคำถามที่ น.ส.รักชนก เปิดออกมาว่าทำไม TOR ไปเหมือนกับอีกกระทรวงหนึ่ง เราเข้าใจว่ามีการคัดลอกวาง แต่ก็ไม่ควรข้ามกระทรวง
“ท่านปลัดบอกว่าอีกหน่อยไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีก ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ ว่าไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีกแล้ว คุณใช้ความสะเพร่ามากๆ ในการออกแบบ TOR สิ่งที่ท่านปลัดต้องรับผิดชอบ ผมถามเอกชนว่าถ้ามีปัญหายกเลิกได้หรือไม่
แต่ท่านปลัดบอกว่าด้วยอำนาจของท่านปลัดไม่อนุญาต ท่านลืมไปหรือไม่ว่าอำนาจของท่านเป็นอำนาจของท่านหรืออำนาจของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ท่านทำอะไรก็ได้โดยที่ท่านไม่สนใจรายละเอียดใน TOR เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ของคนที่รับผิดชอบอนาคตของประเทศ” นายธีระชาติ กล่าว
นายธีระชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกฯ มีแอปพลิเคชัน AI ในลักษณะเดียวกันกับโครงการ TH-AI Passport ให้ประชาชนเข้าไปดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีอยู่แล้วตั้งแต่วันนี้
โดยโครงการของ OKMD ใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเห็นได้ชัดว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องรอระบบราชการอีกเป็นปีเพื่อเข้าถึง AI
เมื่อถามว่าเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ไปสอบถามเหมือนกันและให้แนวทาง 3 ทาง ทั้งปรับเปลี่ยน ยกเลิก และเดินหน้าต่อ พรรคประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางไหน นายธีระชาติ กล่าวว่า การติดกระดุมเม็ดแรกผิดคือส่อทุจริตอยู่แล้ว
ตอนนี้สังคมกำลังถูกให้มองว่าของมันดี AI มันดีอย่างนี้ ทำไมพรรคประชาชนถึงเบรก ไม่ให้ประชาชนใช้ ซึ่งเราไม่เคยต่อต้าน AI หรือบอกว่าห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ แต่คุณกำลังออกประชาชนเป็นตัวประกันว่าถ้าอยากใช้ต้องช่วยกันดันของที่ทุจริต ซึ่งตนคิดว่าเป็นค่านิยมที่ผิด เราควรดูที่เนื้อหา การบอกว่าพรรคประชาชนกำลังต่อต้าน เป็นเรื่องที่ผิด ตนยังงงว่าทำไมถึงกล้าทำอะไรที่โจ่งแจ้งขนาดนี้