ศุภมาส ลุยตรวจร้านบุฟเฟต์ห้างดัง คุมเข้มโฆษณาเกินจริง ไม่แจ้งราคาให้ชัด ตุ๋นขายคูปองก่อนปิดกิจการหนี ย้ำผู้บริโภคถามก่อนใช้บริการ ลั่น สคบ.จะดูแลทุกจานที่เสิร์ฟให้ตรงปก
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุก ธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ ย่านปทุมวัน ที่ประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก และมีการแข่งขันสูงทางด้านโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า การแข่งขันด้วยโปรโมชันเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนความซื่อตรง โฆษณาอย่างไร ผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น ไม่ต้องการให้ประชาชนถูกหลอกก่อนแล้วค่อยมาตามแก้
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า วันนี้จึงให้ สคบ. ลงมาตรวจเชิงรุกถึงหน้าร้าน เพื่อดูว่าข้อความโฆษณา ราคา และเงื่อนไข ตรงกับบริการจริงที่ประชาชนได้รับหรือไม่ พร้อมเชื่อว่าร้านที่ทำดี มีมาตรฐาน ประชาชนพร้อมสนับสนุนให้เติบโต แต่ร้านที่เอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะดำเนินการให้ถึงที่สุด
สำหรับการตรวจครั้งนี้ สคบ. เน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.ป้ายโฆษณาและโปรโมชันต้องระบุเงื่อนไขให้ครบก่อนลูกค้าตัดสินใจ ไม่ให้เกิดกรณีป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนอย่างหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขจำกัดสิทธิที่ใช้ตัวอักษรขนาดเล็ก
2.ภาพอาหารและเมนูต้องตรงกับของจริง หากรายการใดหมด ต้องแจ้งลูกค้าก่อนใช้บริการ
3. ราคาต้องชัดเจน หากมีค่าบริการหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องแจ้งให้ครบก่อนชำระเงิน รวมถึงคูปองที่ขายล่วงหน้าทางออนไลน์ ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่ตอนขาย
น.ส.ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงาน โดย สคบ. ตรวจเรื่องโฆษณาและเงื่อนไขการให้บริการ อย. ตรวจคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงควบคุมการแอบอ้างสรรพคุณเกินจริง
โดยมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารทางห้องปฏิบัติการ กรมการค้าภายในตรวจการแสดงราคาและการคิดราคาเกินสมควร และสำนักงานเขตปทุมวันตรวจด้านความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคครอบคลุมทั้งราคา คุณภาพ ความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นธรรมในครั้งเดียว
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า หากพบการโฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีจัดโปรโมชันแต่ไม่แจ้งเงื่อนไขให้ครบถ้วน อาจมีโทษตามมาตรา 48 และหากขายคูปองล่วงหน้าแล้วปิดกิจการหลบหนีโดยมีเจตนาหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สคบ. ยังมีอำนาจดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคตามมาตรา 39 เพื่อรวบรวมผู้เสียหายและฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมกัน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดก่อนตัดสินใจใช้บริการ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าบริการ ว่ารวมอยู่ในราคาที่โฆษณาแล้วหรือไม่ หากยังไม่รวม ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อมูลและแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจใช้บริการ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนสอบถามเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วน และตรวจสอบใบเสร็จทุกครั้งหลังชำระเงิน ขอยืนยันว่า สคบ. จะดูแลให้ทุกจานที่เสิร์ฟ ตรงกับทุกคำที่โฆษณา เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม และผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจ
หากพบปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้บริโภคร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด


