ทรงศักดิ์ ส่งทนายดำเนินคดี ส้ม-กิจ ปมคลิปเสียงโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่เกี่ยวข้อง ลั่น “นิ่งเท่ากับยอมรับ” ชี้นายกฯ เอาจริง ตั้ง “สันติธร” สอบหาข้อเท็จจริง โต้ 2 น.ไม่แตกกัน ชี้คนเห็นต่างได้ แต่ไม่ขัดแย้ง

เมื่อเวลา 13.00 วันที่ 29 มิ.ย.2569ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างบุคคลชาย-หญิง ที่พาดพิงนายทรงศักดิ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า

ได้เข้าไปตรวจสอบคลิปเสียงที่ออกมา ช่วงแรกมีการดูดเสียงยังไม่ปรากฎชื่อตน แต่คลิปที่ออกช่วงหลัง ผู้คนรับทราบทั่วไป ปรากฏชื่อตนไปเกี่ยวข้อง ในฐานะ รมช.มหาดไทย ตรงนี้ยอมรับว่าเป็นรมช.มหาดไทยจริง ตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น รมว.มหาดไทย และเป็นมาตลอด จนถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งมอบหมายให้ตนเป็นประธานประชุมกองกลาง ที่เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น ตามที่รมว.มหาดไทย มอบหมาย ทั้งอบจ. เทศบาล และอบต.ตรงนี้ไม่ปฏิเสธ และระหว่างทำหน้าที่ก็มีมีข่าวเรื่องทุจริต แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ และพยายามปิดช่องว่างป้องกัน

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เสียงในคลิปที่อ้างชื่อตน ทำให้ตนเสียหาย ทั้งที่ที่ผ่านมาเป็นคนหนึ่งที่พยายามป้องกันและกำชับไม่ให้เกิดเหตุทุจริต จนมีคำสั่ง 8/2560 ที่ยกเลิกให้ท้องถิ่นทำการจัดสอบเอง มาให้กองกลาง เป็นคนจัดสอบ โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เป็นฝ่ายเลขาฯ หามหาวิทยาลัยดำเนินการจัดสอบ แต่ยังมีความกังวลใจว่าจะเกิดการทุจริตตามที่มีข่าว จึงหาช่องทางป้องกัน โดยเชิญหลายหน่วยงานมาให้ข้อมูลและแนวทางป้องกัน

เช่น หากตรวจพบทุจริตมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ หากมีคนทำผิดก็อาจจะเป็นคดีพิเศษ ขณะที่มีการเสนอไม่จัดสอบ แต่ที่ประชุมกองกลาง เห็นว่าส่วนของท้องถิ่น มีตำแหน่งว่างมานาน และขาดกำลังที่จะเข้าไปทำงาน จึงต้องจัดสอบ จึงต้องหามาตรการป้องกัน โดยระบุไว้ในร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้ชัดเจน เช่น มีการออกข้อสอบ 5 ชุด สอบเสร็จแล้วต้องตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์จัดสอบทันที และนำข้อสอบจริงไปเก็บไว้ที่ห้องมั่นคง ส่วนสแกนข้อสอบ สถ.นำไปเก็บไว้ และคนที่ออกข้อสอบก็ต้องไปเก็บตัว เป็นต้น แต่ก็ยังมีบางข่าวว่าตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งคลิปที่ออกมาก็โยงมาถึงตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง

รองนายกฯ กล่าวว่า หากไม่ทำอะไรและนิ่งเฉยไป ภาษากฎหมายนิ่งคือการยอมรับ หากไม่ทำอะไรเลย ประชาชนที่ได้เห็นคลิป อาจจะเข้าใจว่ายอมรับใช่หรือเปล่า จึงต้องใช้สิทธิ์ทางศาล โดยมอบทีมทนายแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิป ผู้หญิงชื่อเล่นส้ม ผู้ชายชื่อกิจ เพื่อให้พนักงานสอบสวนเรียกคนเหล่านี้มาให้ปากคำ ส่วนจะอยู่ในแวดวงใดนั้นคิดว่าสื่อคงเห็นหมดแล้ว จึงไม่ขอเอ่ยชื่อ และส่วนตัวไม่เคยรู้จักคนเหล่านี้ และไม่ทราบว่ามาเอาชื่อตนไปกล่าวอ้างได้อย่างไร และคณะทำงานของตนก็ไม่มีใครเกี่ยวข้องตามที่อ้างในคลิป

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าเสียงของบุคคลในคลิป อาจมีความเชื่อมโยงไปถึงภรรยาปลัดกระทรวง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ และไม่ทราบ และยังไม่รู้ว่าเสียงในคลิปที่สื่อออกมา มีเป้าหมายอะไร เพราะมีหลายประเด็นและพาดพิงไปเยอะ และฟังสรุปจากในคลิป ที่พูดถึงตนเป็นช่วงก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างด้วยซ้ำ

ส่วนจะเป็นคลิปจริงหรือมีการดัดแปลงหรือตัดต่ออะไรหรือไม่นั้น นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง หากใช้สิทธิ์ทางศาลแล้วมีการเชิญตัวมาสอบแล้วเขาระบุว่าไม่เคยพูดก็จะเป็นอีกแบบ คลิปดังกล่าวก็อาจเป็น AI ได้

เมื่อถามกรณีที่นายกตั้งนายสันติธรณ์ ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ใกล้เกษียณอายุราชการ เข้ามาตรวจสอบในเรื่องทุจริตดังกล่าว นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สบายใจได้ เพราะกรรมการมีวุฒิภาวะ นอกจากนั้นนายกฯ มอบให้ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดรับแจ้งข้อมูล และเบาะแสจากทุกจังหวัดเป็นการยืนยันว่านายกฯเอาจริง ทั้งนี้ขอให้รอเมื่อมีการตรวจข้อสอบจริงที่ดีเอสไอ ไปรับมาจากห้องมั่นคง ก็จะเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

เมื่อถามย้ำถึงข้อสังเกตว่า การตั้งบุคคลใกล้เกษียณมาตรวจสอบอาจเป็นไปลักษณะอนุโลมในเรื่องนี้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ เราห้ามความคิดไม่ได้ ต้องดูที่การทำงานของท่านที่ได้รับหน้าที่ตรงนี้ อย่าไปคิดแทนจนไกลเกินเหตุ เพราะระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน ค่าของคนอยู่ที่ผลของการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้ส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาล นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ และเป็นธรรมชาติของการเป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างพยายามจะคิดไปอีกมุมหนึ่ง ส่วนรัฐบาลพยายามทำงานเต็มที่

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น อาจเป็นความขัดแย้ง ระหว่าง 2 น. นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นข่าว แต่ดูแล้วไม่มีอะไร นายเนวิน ชิดชอบ กับตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เคยคุยกันก็ไม่มีอะไร คนก็นำข่าวมาพูดและมองไปในทำนองที่ขัดแย้ง ซึ่งความคิดเห็นของคนไม่มีทางที่จะตรงกันทุกเรื่อง มีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ไม่ใช่ความขัดแย้ง และการที่จะนำความเห็นต่างแล้วมาบอกว่าเป็นความขัดแย้ง เริ่มไม่ลงรอยกัน ยืนยันได้ว่าไม่มี และการเมืองก็เป็นเรื่องธรรมดาถ้าไม่มีข่าวเลยคนก็ไม่สนใจ จึงเป็นข่าวหนึ่ง ที่ผู้คนสนใจเพื่อติดตาม

เมื่อถามถึงเสียงเตือนว่าไม่อยากให้เหมือนลุงตู่ ลุงป้อม นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการเปรียบเทียบกันเฉย แต่ไม่ใช่และเป็นคนละวัยกัน

เมื่อถามย้ำว่าคนมองว่าสีน้ำเงินอาจจะขัดกันเอง นายทรงศักดิ์ ย้อนถามว่า สีน้ำคืออะไร หมายถึงชาติหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน