กล้าธรรม ชงแก้ พ.ร.บ.ฮัจย์ ยกระดับคุ้มครอง อุดช่องโหว่มิจฉาชีพ มีกองทุนเยียวยาความเสียหาย กำหนดบทลงโทษเข้มงวด หลังผู้แสวงบุญถูกหลอกเพียบ
วันที่ 4 ก.ค. 2569 นายนัจมุดดีน อูมา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่พี่น้องฮุจญาจจำนวนมากต้องสูญเสียโอกาสในการประกอบศาสนกิจอันศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นความเจ็บปวดที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นายนัจมุดดีน กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กิจการฮัจย์ พ.ศ. … ต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โดยถือเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่เสนอแก้ไขกฎหมาย หรือพ.ร.บ. ส่งเสริมกิจการฮัจย์ พ.ศ. 2524 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งล้าสมัยและไม่เพียงพอในการปกป้องประชาชนฉบับนี้ อย่างเป็นรูปธรรม
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับใหม่ คือการปรับบทบาทจากกฎหมายที่เน้น “การส่งเสริม” ไปสู่การ “กำกับดูแลและคุ้มครอง” ผู้แสวงบุญอย่างจริงจัง เพิ่มมาตรการตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการฮัจย์ กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดต่อผู้กระทำผิด พร้อมจัดให้มีระบบหลักประกันหรือกองทุนเยียวยา เพื่อชดเชยความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยไม่ต้องรอผลการดำเนินคดี
“ถึงเวลาที่รัฐสภาต้องเร่งบรรจุร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาโดยเร็ว เพราะทุกวันที่ปล่อยให้กฎหมายล้าหลัง ยิ่งเพิ่มโอกาสให้มิจฉาชีพหาประโยชน์จากความศรัทธาของพี่น้องมุสลิม”
นายนัจมุดดีน กล่าวย้ำว่า พรรคจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวจนแล้วเสร็จ เพื่อสร้างระบบกำกับดูแลกิจการฮัจย์ที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิของผู้แสวงบุญอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ความฝันและศรัทธาของฮุจญาจต้องพังทลาย เพราะช่องโหว่ของกฎหมายที่เปิดทางให้มิจฉาชีพเอาเปรียบประชาชนอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือให้แต่ละพรรคการเมืองช่วยกันผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วและ ให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้คำรับรองด้วย เพราะเป็น พ.ร.บ.การเงิน และ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่พี่น้อง 3 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 150 คน ที่ได้ถูกผู้ประกอบการลอยแพไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีอุมเร๊าะห์เมื่อ วันที่ 3 ก.ค.2569
