ภราดร แจงหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่ขัดรธน. จากนี้หน่วยงานเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินกู้ได้ เผยเงินกู้ 4 แสนล้าน ใช้แล้ว 1.7 แสนล้าน รอคลังประเมินสถานการณ์ คลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า หลังจากนี้ หน่วยงานต่างๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว
แนวทางเบื้องต้น จะต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน อย่างกระทรวงคมนาคม ได้เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ ในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะ ไปสู่พลังงานแบบ EV หรือกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุนเงินดาวน์ให้กับประชาชน ที่ต้องการทำหลังคาโซลาร์ลูฟท็อป เป็นต้น
นายภราดร กล่าวว่า โดยแต่ละหน่วยงาน จะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ และกรมบัญชีกลาง ทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการว่า โครงการใดผ่าน หรือโครงการใด ควรมีการปรับปรุง หรือแก้ไข
เมื่อถามว่าโครงการต่างๆ ที่หน่วยงานเสนอจะซ้ำซ้อนกับโครงการต่างๆ ที่ใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภาฯ หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำซ้อน และตรวจสอบได้ โดยนำโครงการที่ปรากฏในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 มาดำเนินการ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความทับซ้อนกัน
นายภราดร กล่าวอีกว่า ในเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ขณะนี้ ใช้วงเงินไปแล้ว 170,000 ล้านบาทในการเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งในวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องใช้เต็มวงเงินก็ได้ แต่สามารถใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นสุดปี 2570
ส่วนหลังจากนี้ จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเยียวยาเศรษฐกิจโครงการใดออกมาอีกหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาว่า จะมีโครงการใดออกมาบ้าง โดยจะต้องประเมินจากสถานการณ์อีกครั้ง