อภิสิทธิ์ อัดรัฐไม่ถอยจริง ปมแลนด์บริดจ์ ลั่นไม่คุ้ม ต้องขนของขึ้นลงหลายรอบ ชู “Southern Connect” ทำรถไฟเชื่อมมาเลเซีย ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้คนใต้
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 12 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา สส.พรรค ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต” ช่วงหนึ่งมีการหารือและการแสดงความคิดเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโครงการแลนด์บริดจ์กับสิ่งที่พยายามนำเสนอ คือ Southern Connect เริ่มต้นจากเป้าหมายหลักคือแลนด์บริดจ์ตอบโจทย์คนที่คิดว่ามีเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือต่างชาติที่ต้องการหาเส้นทางใหม่ ในการเดินเรือจากอันดามันมายังอ่าวไทย หรืออ่าวไทยไปยังอันดามัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรากังวลคือโครงการขนาดใหญ่เริ่มต้นจากสมมติฐานว่า มีคนต้องการจะมาใช้ โดยที่เราติดตามการศึกษาเกือบจะทุกครั้ง ยกเว้นของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ที่บ่งชี้ชัดว่าเอาเข้าจริงมันไม่คุ้ม ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไม่ได้ประหยัด เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการขนของขึ้นและลงหลายรอบ และระยะทางที่ประหยัดได้น้อยมาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนแปลกใจมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการพูดถึงเรื่องคลองไทย ทุกคนจะไปเปรียบเทียบกับคลองสุเอซและคลองปานามา แต่หากไปดูคลองเหล่านั้นเป็นการประหยัดการเดินเรือเป็นเดือนและเป็นสัปดาห์ แต่ของเราเป็นหลักวันและหลักชั่วโมง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่ถ้าจะทำให้คุ้ม คือการมาสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมหนัก หรือปิโตรเคมี แม้เป็นความคิดที่ไม่เลว แต่ประเด็นคือทั้งหมดสอดคล้องกับที่เราต้องเสียต้นทุนของภาคใต้จริงหรือไม่ หรือเอาเข้าจริงการพัฒนาแบบนี้ หากเป็นเส้นทางเดินเรือหลักจริง ต้องดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับแหล่งท่องเที่ยวอันดามันทั้งหมดที่จะต้องมีเรือขนาดใหญ่เข้ามา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ไม่นับว่าเกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง จะเกิดอะไรขึ้น และหากพูดกันตามความเป็นจริง สมมติโครงการเกิดขึ้นจริง ความเจริญก็กระจุกตัวอยู่ตรงนั้น แค่เส้นทางระนอง-ชุมพร สิ่งที่ประชาธิปัตย์คิดคือถ้าจะมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ล้านล้านบาท ทำไมไม่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์กับคนภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า อย่างตัวรถไฟระบบรางที่จะทำเป็นทางคู่และเป็นระบบรถไฟฟ้า ระบบนี้จะสามารถไปเชื่อมกับทางรถไฟที่ทำที่มาเลเซียและสิงคโปร์ และการจะไปพัฒนาท่าเรือทั้งที่ระนองหรือที่อื่น อาจจะเชื่อมถึงกันในแนวขวาง ไม่ได้แปลว่าต้องทำ ถ้าประเมินแล้วคุ้มค่า หรือหากประชาชนในพื้นที่ต้องการก็ทำ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายถ้าอยากจะเชื่อมสองฝั่งจริงๆ เราก็พิจารณาว่าทางมาเลเซียที่มีความพร้อมในด้านอันดามันอยู่แล้ว หากเรามีท่าเรือที่ทาเทพา จ.สงขลา การลงทุนในการเชื่อม 2 ฝั่งจะน้อยมาก เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานจำนวนหนึ่งที่รองรับอยู่แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า โดยสรุปคือแนวคิดที่แตกต่างจากตอนนี้ ทางรัฐบาลเททุกอย่างไปที่แลนด์บริดจ์ และหวังว่าจะเกิดขึ้นทั้งๆ ที่มีความเสี่ยงพอสมควร ทางรัฐบาลมองแนวคิดหลัก คือการเชื่อมโยงสองฝั่งเท่านั้น
“สิ่งที่เรานำเสนอ Southern connect คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลากหลาย ทางบก ทางระบบถนน ทางระบบราง เชื่อมสองฝั่งโดยการใช้การลงทุน อาจจะน้อยกว่าในโครงการ แลนด์บริดจ์ แต่น่าจะตอบโจทย์ให้กับคนภาคใต้ที่จะใช้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ และระบบการขนส่งอำนวยความสะดวกนำสินค้าท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ไปสู่มาเลเซียสิงคโปร์กรุงเทพฯ และเชื่อมไปสู่ CLMV และจีน”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของเรามีความเสี่ยงต่ำ และมีความต้องการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานนี้มีอยู่แล้ว แม้วันนี้สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลยืนยันว่าถอยแล้ว คือการจะไม่ทำพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ระเบียบเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC เพราะตามความเป็นจริงจะเอาต้นแบบโครงการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มาดู
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า แต่ล่าสุดเห็นได้ชัดว่า EEC เจอปัญหา อย่างรถไฟ 3 สนามบิน ที่เอกชนไม่ทำ แต่นายกฯ ยืนยันว่าอย่างไรก็ทำ ในขณะที่หน่วยงานก็ไปคนละทิศคนละทาง
“เหมือนรัฐบาลจะถอยแล้ว แต่โครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลใช้คำว่าชะลอ มีการตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นมา โดยให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง เป็นประธาน ใช้เวลา 90 วันสรุปถึงความคุ้มค่า ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าครบ 90 วัน จะมีการขยายเวลาอีกหรือไม่ แต่ประชาธิปัตย์อย่างผลักดัน Southern Connect” นายอภิสิทธิ์ กล่าว