นายกฯ กำชับฝ่ายปกครองดูแลชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนใต้ หลัง เกิดเหตุคนร้ายยิงจนท. พร้อมเร่งปราบยาเสพติด – ค้าของเถื่อน บอก ใครแหยมโดนจับหมด รัฐบาลนี้ไม่มีโทรเคลียร์ ส่วนกรณีปะทะล่าสุด จ.ยะลา ยัน ได้รับรายงานแล้ว เชื่อ ในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่

3 ส.ค. 69 – ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่วานนี้ (2 ส.ค.) เกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต ว่า

วันนี้ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ไปดำเนินการแล้ว ตนจึงได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเข้าไปทำงานร่วมกัน เพื่อดูแลชาวบ้านด้วย

ส่วนกรณีที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่กลุ่มเห็นต่าง แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของยาเสพติด และการค้าของเถื่อนได้กำชับอะไรหรือไม่ นายกฯ ยืนยันว่า ได้กำชับทุกเรื่อง และเรื่องของยาเสพติด เราก็เร่งปราบอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ประธานาธิบดีของเมียนมา ก็จะมาเยือนประเทศไทย เพื่อพูดคุยเรื่องของยาเสพติด แร่ธาตุที่อยู่ในแม่น้ำ และปัญหาฝุ่นมลพิษอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า ได้ดำเนินการเรื่องค้าของเถื่อน และยาเสพติด ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการจับกุมตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าใครจะทำผิดกฎหมายบ้าง แต่ถ้าเขาลองมาท้าทายกฎหมาย เราก็จะดำเนินการจับกุมทุกเรื่อง

ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดซื้อรถเอ็กซเรย์เรียบร้อยแล้ว พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ จ.ระนอง เราก็จับของเถื่อนได้มูลค่ากว่า 200-300 ล้านบาท ดังนั้น ถ้าอยากเจ๊งก็ลองดู

และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เราก็จับได้ที่ จ.ชุมพร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ แต่ถ้าแหยมเข้ามาก็โดนจับ เคลียร์ไม่ได้ จึงขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทรมาเคลียร์ไม่ได้ หน้าแตกกันไปก็หลายคนแล้ว

เมื่อถามถึงเหตุปะทะล่าสุดที่ จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้า 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานทุกอย่าง เรื่องนี้เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลอยู่แล้วตามนโยบายข้อสั่งการ ที่ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการระงับเหตุ และป้องกันปราบปรามคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ จึงไม่ต้องถามกลับมายังรัฐบาล เพราะอำนาจอยู่ที่นั่นหมดแล้ว

เมื่อถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ที่ได้มีการเลื่อนพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่บานปลายขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พูดคุยก็พูดคุยไป ส่วนการปราบปรามก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

นายกฯ ยังกล่าวถึงเป้าหมายในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 ส.ค.นี้ ว่า ทุกเรื่องเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือต่างๆที่เกี่ยวที่พันกับปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน