ภาวุธ ปฏิเสธทุกข้อหา คดี Forex ชี้ไม่มีเรื่องเส้นเงิน 800 ล้านบาท ลั่นชี้แจงได้ทุกอย่าง แอบกังวลโดนตั้งข้อหารุนแรง ยันไม่ใช่สแกมเมอร์ แจงปมอวย TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex เคลียร์ สส.ไอซ์แล้ว ตอนนี้อาจต้องลดบทบาทลง
จากกรณี นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หอบเอกสารหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอตามหมายเรียก คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ รุดดีเอสไอ รับทราบข้อหาคดี Forex ตามหมายเรียกครั้งที่ 2
ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 3 ส.ค.69 นายภาวุธ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ โดยได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ โดยอยู่ในสำนวนทุกอย่างหมดเเล้ว ตนยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะข้อหาหลายอย่างที่แจ้งเข้ามา ตนก็ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและชี้แจงอย่างบริสุทธิ์ใจ ส่วนถ้ามีข้อคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการข้อมูลใดเพิ่ม ตนก็ยินดีที่จะนำข้อมูลมามอบให้ในภายหลัง
นอกจากนี้ กรณีข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินที่มีปรากฏตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ กว่า 800 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าในวันนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งพฤติการณ์เรื่องเงินจำนวนนี้เลย อีกทั้งในการตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน ตนก็มีหลักฐานนำมาให้ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว ฉะนั้น มั่นใจได้ว่าเส้นทางการเงินทั้งหมด ไม่ได้มีที่มาจากการสแกมเมอร์ หรือไปหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด เป็นเงินที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย
นายภาวุธ เปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องของจำนวนเงินที่มีความเชื่อมโยงกับตน จะใช่ยอดเงิน 28 ล้านบาท แล้วพนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัยหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า เป็นจำนวนเงินที่ตนสามารถตอบข้อมูลได้ แต่ต้องขอสงวนรายละเอียดไว้ ตนไม่ได้กังวลเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่สามารถชี้แจงได้ รวมถึงคำถามที่พนักงานสอบสวนถามมา เราก็มีคำตอบให้ทั้งหมด ส่วนเงินที่ปรากฏความเชื่อมโยง 28 ล้านบาทนั้น ก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าได้มาจากการเทรดทองคำ และก็มีส่วนอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ชี้แจงได้ ส่วนถามว่าเป็นการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น ตนก็แอบกังวลนิดหนึ่ง แต่เข้าใจเจ้าหน้าที่ เพราะเราก็มั่นใจในการชี้แจง และเราก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดอะไรแบบนั้น พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ไม่มีหลบหนีใดๆ
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ดุเดือดว่า พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากมีคดี Forex เกิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เดินหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport นั้น นายภาวุธ แจงว่า ด้วยความที่โครงการนี้ มันเริ่มต้นจากการที่ตนได้อภิปราย และด้วยความที่ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการ 2 ชุด และตนก็เป็นประธานของ 2 อนุกรรมาธิการ ฉะนั้นในช่วงหลัง ตนได้ไปลุยงานด้านกรรมาธิการค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เห็นว่าทางกรรมาธิการของพรรคเองก็มีคนทำงานเรื่องนี้โดยตรง
ฉะนั้น พอมีคนทำด้านนีัโดยตรง และไหนตนจะมีคดีความเรื่องนี้อีก (คดี Forex) จึงจำเป็นที่ทางพรรคก็จะมีคนมาดูเรื่องโครงการนี้โดยตรงแทนตน ส่วนหลังจากนี้ตนก็อาจจะลดบทบาทลงบ้าง เพราะตนก็งานเยอะ และ สส.ที่ทำงานด้านนี้ก็ไม่ได้มีเพียง สส.ไอซ์ แต่ก็มีพรรคอื่นๆ อีกด้วยที่ทำงานด้านนี้ และตอนนี้ตนก็มีงานเกี่ยวกับแพลตฟอร์มต่างชาติ การปฏิรูปกฎหมาย พองานมันเยอะ ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้ง แต่การที่เราไปวิเคราะห์ตัวโครงการ TH-AI Passport ไว้เช่นนั้น มันก็เพราะเป็นงานที่อยู่ตรงหน้าพอดี ก็เลยวิเคราะห์ไปตามรูป
แต่ก็ได้ขอโทษไปแล้วว่าอาจจะพูดในมุมหนึ่ง ตนไม่ได้มีเจตนาใดๆ ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้คุยกับ สส.ไอซ์ ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น มีการสื่อสารกันในพรรค คงไม่มีอะไรผิดใจกัน ส่วนกรณีว่าเป็นการออกมาพูดเพราะจะแลกผลทางคดี Forex หรือไม่นั้น นายภาวุธ ตอบว่า ถ้ามันแลกกับผลทางคดีได้ ตนคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น ไม่มีแน่นอน แต่แค่เป็นการวิจารณ์ตามหน้าที่ เพราะในมุมของ สส. แต่ละคน ก็มีมุมวิจารณ์ต่างกัน แต่เราเคยเป็นนักธุรกิจ ก็วิจารณ์ในมุมที่มันน่าจะเป็นประโยชน์