กมธ.งบปี 70 เคาะตัดเงินจ่ายหนี้คลองด่าน 3 พันล้าน พร้อมงัดเอกสารพบข้อพิรุธ ‘รองอธิบดีคพ.’ ให้บันทึกปากคำรับสภาพหนี้ต่อศาลปกครอง อ้าง ม.144 บีบรัฐบาล-รัฐสภา ด้าน ‘ภราดร’ จ่อเสนอ นายกฯ ตั้งกรรมการสอบสวน

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณารายงานของอนุกมธ. ที่ปรับลดงบประมาณของหน่วยงาน และคำอุทธรณ์ของหน่วยงานที่ถูกปรับลด

โดยนายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานอนุ กมธ.ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น เสนอรายงานการปรับลดตอนหนึ่งว่า ได้วงเงินพิจารณา 2.24 แสนล้านบาท ปรับลดชั้นอนุกมธ. 3.20 พันล้านบาท คิดเป็น 1.4%

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตในภาพรวมคือ ให้ใช้จ่ายคุ้มค่า เหมาะสมต่อการพิจารณาประเทศ การสัมนาให้มุ่งเน้นภายในประเทศ ให้มีเชิงคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้คุ้มค่าต่อการบริหารประเทศ

ขณะที่การฝึกอบรมให้ใช้รูปแบบออนไลน์ ควรทบทวนความจำเป็นหรือคุ้มค่าต่อการฝึกอบรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรฐานจริยธรรมและเป็นข้อพึงปฏิบัติให้ทุกหน่วยดำเนินการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร นอกจากนั้นทบทวนการจัดทุกกิจกรรม ที่พบว่าจัด 76 จังหวัดเพื่อประหยัดงบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาของกมธ. ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปรับลดในสัดส่วนที่น้อย เพราะจากตัวเลขที่ปรับลด 3.2 พันล้านบาท จากกรอบวงเงิน 2.24 แสนล้านบาท พบว่าปรับลดค่าคดีคลองด่าน 3 พันล้านบาท ส่วนอีก 2 ร้อยล้านบาทเป็นส่วนของไขมัน

นอกจากนี้ ยังมีการซักถามถึงรายการลดงบประมาณ ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษที่ต้องจ่ายเป็นค่าคดีคลองด่าน ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายใช้กับเอกชน หลักหมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ในร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 หน่วยงงานได้เสนอของบเพื่อชดใช้จำนวน 3 พันล้านบาท แต่อนุกมธ.ปรับลดออกทั้งหมด พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 (3) ที่ห้ามให้ไม่ให้ลด หรือ ตัดทอน เพราะเป็นเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

สำหรับการอภิปรายของกมธ.ช่วงหนึ่ง นายภราดร ได้ตั้งข้อสังเกตต่อรายละเอียดว่าพบความผิดปกติ ต่อกรณีที่ภายหลังจากอนุกมธ. มีมติปรับลดงบในส่วนดังกล่าวเมื่อต้นเดือนส.ค. ต่อมาพบว่ามีการเร่งรัดบังคับคดีที่ศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ระหว่างโจทก์และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) โดยมีรองอธิบดีดำเนินการ เพื่อทำบันทึกปากคำที่ระบุว่าจะบังคับให้จ่ายเงินแบบไหน ช่วงเวลาเท่าใด

โดยงวดแรกระบุว่าจะจ่ายในวันที่ 31 สิงหาคม โดยใช้งบกลางปี 2569 งวดสอง จ่ายในวันที่ 1 พ.ย. ใช้งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 และงวดสามใช้งบกลาง ปีงบประมาณปี 2570 จ่ายในวันที่ 1 เม.ย. 2570

“สิ่งที่บันทึกปากคำพยานนั้นเท่ากับบีบรัฐบาล การใช้หนี้ที่ต้องใช้งบหมื่นล้านบาทจะเอาที่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ ทั้งนี้ จากบันทึกปากคำพยานที่ได้รับ ซึ่งแนบมาในเอกสารคำอุทธรณ์ของหน่วยงาน ผมมองว่าไม่เป็นคำสั่ง จึงไม่ถือว่าเป็นกฎหมายที่เข้ากับมาตรา 144(3)

ดังนั้น กมธ.จึงตัดลดได้ เพราะเงินที่ต้องจ่ายตามกฎหมายที่เจตนาของรัฐธรรมนูญกำหนดนั้นคือ เงินที่กฎหมายรองรับ เช่น เบี้ยผู้พิการ เบี้ยคนชรา เบี้ยเด็ก อีกทั้งคดีนี้ทราบว่ายังไม่จบ และฟ้องร้องในศาลแพ่ง ผมข้องใจว่าเรื่องนี้ควรมีอัยการ หากมีเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ และมองว่าการบอกโดยบังคับให้รัฐบาลหรือรัฐสภาต้องจ่าย ใช้งบส่วนใดเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เป็นการแทรกแซงการทำงาน” นายภราดร อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมีกมธ.อภิปรายโดยสนับสนุนการอภิปรายของนายภราดร พร้อมมองว่าความพยายามของหน่วยงานที่ดำเนินการต่อศาล หลังจากที่อนุปรับลด เมื่อต้นเดือนส.ค. แต่ได้ทำเรื่องต่อศาลวันที่ 11 ส.ค. ก่อนที่กมธ.จะพิจาณาการปรับลดของอนุกมธ. และคำอุทธรณ์ของหน่วยงาน เป็นความไม่ปกติ และมีความไม่ชอบมาพากล

ช่วงหนึ่งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกมธ. อภิปรายว่า บันทึกปากคำพยานที่ปรากฎเป็นเอกสารนั้น ผู้ดำเนินการเป็นรองอธิบดีที่บอกชัดว่าจะจ่ายแบบไหน ใช้งบอะไร โดยไม่ถามผู้บริหารประเทศ และระยะเวลาที่ทำในช่วงไม่กี่วันเหมือนเตรียมกันไว้แล้ว เป็นการรับสภาพหนี้ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน วิญญูชนทั่วไปยังทราบถึงการรักษาเงินของชาติ ที่ต้องหารือกันก่อน

นอกจากนั้น กมธ.ยังตั้งคำถามด้วยว่า ในงบประมาณปี 2569 ที่ขอเพื่อชดใช้คดีคลองด่าน 4 พันล้านบาท ทราบว่ายังไม่ถูกอนุมัติเบิกจ่าย หากยังติดขัดในประเด็นใดควรมีคำชี้แจง

ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กมธ. อภิปรายตอนหนึ่งด้วยว่า เป็นความไม่ชอบมาพากล เพราะเป็นงบหมื่นล้านบาทที่ควรให้รัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งตนมองว่าเรื่องจะไม่จบเพียงแค่ กมธ.จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติตามคำขออุทธรณ์หรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ผู้บริหารประเทศต้องติดคุกกับเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล

“งบหมื่นล้านบาท เป็นผลประโยชน์ที่กมธ.จะหูหนวก ตาบอดไม่ได้ พวกเราอย่าโง่ตามคนที่ทำให้เกิดความเสียหาย รอบปี2569 ไม่มีการคัดค้าน แต่รอบนี้กมธ.ใช้ความรอบคอบพิจารณา โดยผมมองว่ากมธ.ตัดได้ ไม่ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนท้ายที่ประชุมกมธ.ได้ลงมติไม่พิจารณาตามคำขออุทธรณ์ของหน่วยงาน โดยนายภราดร กล่าวสรุปว่า เพื่อปกป้องกมธ. หากมีเหตุให้บุคคลนำประเด็นฟ้องร้องต่อศาล โดยงบ 3,000 ล้านบาทส่วนดังกล่าวที่ตัดไป จะทำข้อสังเกตให้นำไปใส่ไว้ในงบกลาง และมีหมายเหตุว่าเป็นเงินที่จะใช้สำหรับคดีคลองด่าน หากมีคำพิพากษาถึงที่สุดที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเอกชน จะได้นำเงินส่วนดังกล่าวไปชดใช้ ซึ่งไม่ถือว่ารัฐเบี้ยวหนี้ที่ต้องจ่ายตามคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีกมธ.เสนอให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีต่อประเด็นที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณี ตัวแทนของ คพ. ไปดำเนินการบันทึกปากคำพยานที่ยอมรับสภาพหนี้ และบอกรายละเอียดถึงขั้นว่าจะต้องจ่ายในวันใดด้วยงบประมาณส่วนใด

นายภราดร กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เพื่อให้ตั้งกรรมการดำเนินการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน