ศอ.บต. เผย นายกฯ พร้อมหนุนเมกะโปรเจกต์ อัดซอฟต์โลน-แก้แผนเยียวยา-ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด-พัฒนาการศึกษา พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ขอให้ช่วยกันดูแลความปลอดภัย
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 1 ก.ย.2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายชนธัฐ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเมื่อวานนี้(31 ส.ค.) ว่า นายกฯ ห่วงใยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจัดให้มีเวทีรับฟังความเห็น
ข้อเสนอต่างๆ เป็นเรื่องยาเสพติด การมีส่วนร่วม โครงการพัฒนา ข้อเสนอมาตรการพิเศษด้านเศรษฐกิจ รวมถึงการเยียวยา ทั้งหมดนี้ถือเป็นการคิกออฟ ว่ารัฐบาลสนใจรับฟังปัญหาประชาชน และจะนำปัญหา ไปร่วมกันพิจารณาเพื่อปลดล็อกปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินต่อไปได้
เพราะมีการสั่งการต่ออีก 5 จังหวัด ตั้งแต่สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สั่งการเอาไว้ว่าพื้นที่ที่เดือดร้อนที่สุด เราต้องไปให้ถึงเพื่อให้ประชาชนไว้วางใจ และเล่าปัญหาให้ฟัง ซึ่งรัฐบาลพร้อมกับขับเคลื่อน
ส่วนหนึ่งของข้อสั่งการ อยากให้รัฐบาล และส่วนราชการ คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการปกป้องดูแลชุมชน เหตุจะเกิด ประชาชนต้องมีส่วนรู้เห็น แจ้งข้อมูลข่าวสาร และการป้องกันพื้นที่ตัวเอง
นายกฯ ยินดีพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจทุกเรื่อง รวมถึงการรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง เป็นเรื่องสำคัญก่อน และไม่มีใครรู้ดีกว่าประชาชนในพื้นที่
ส่วนโครงการหลักที่เสนอ และนายกฯเห็นด้วยนั้น นายชนธัฐ กล่าวว่า การปรับเยียวยาให้ความช่วยเหลือ โดยกระบวนการติดตามอาจจะยังไม่มี แต่ศอ.บต. ได้เตรียมการไว้แล้วในการปรับปรุงร่างระเบียบเยียวยาใหม่ที่จะเน้นการดูแลรักษาต่อเนื่อง จนกว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ความช่วยเหลืออย่างอย่างรวดเร็ว
ปัญหายาเสพติด ที่ทุกหมู่บ้าน และชุมชนมีการระบาดสูง ทั้งยาบ้า ยาตามธรรมชาติ กระท่อม กัญชา ก็ให้ความสำคัญมาก จึงอยากให้มีศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ใช้หลักการศาสนาเข้าไปช่วยเหลือ
การศึกษาที่มีแนวคิดสนับสนุนการจัดการการศึกษาที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทั้งโรงเรียนเอกชนสองศาสนา โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนปอเนาะ อยากให้ช่วยพัฒนาระบบโรงเรียนเหล่านี้ให้เทียบชั้น และทำให้นักเรียนทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา และระบบอาชีพ
นายชนธัฐ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภาคเอกชนรอคอยการขยายซอฟต์โลน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพิจารณา ปกติต่อปีต่อปี อาจยืดอายุมากขึ้น เช่น 5 ปีเพื่อให้เอกชนมีการลงทุน และกล้าตัดสินใจลงทุนมากขึ้น
ส่วนโครงการเมกะโปรเจกต์สนามบินเบตง ท่าเรือปัตตานี นายกฯให้ความสำคัญ และจะขับเคลื่อนทุกโครงการ เพียงแต่ขอประชาชนในพื้นที่ร่วมกันดูแลความรักษาความปลอดภัยให้พื้นที่ เมื่อเหตุเหตุการณ์ดีขึ้น ภาคเอกชนจะลงทุน และรัฐบาลประชาชนสนับสนุนเมกะโปรเจกต์ทุกโครงการ
ส่วนกรณีที่มีเหตุการณ์ความสงบในพื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียยกเลิกการมาเที่ยวในไทยจะสร้างมาตรการสร้างความเชื่อมั่นหรือไม่ นายชนธัฐ กล่าวว่า มาตรการดูแล 2 ส่วน การที่มาเลเซีย จะทำพื้นที่ปลอดภัย แม้จะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา แต่นักท่องเที่ยวยังมีเข้ามา และหากบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็วภายใน 3-4 วันนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวก็กลับเข้ามา
ขณะที่นักท่องเที่ยวไทย มีการหารือกับรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะขอใช้คนละครึ่งพลัส สำหรับคนไทยที่มาในที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนหาดใหญ่ ได้รับผลกระทบอุทกภัย มีโครงการอะไรพิเศษหรือไม่ นายชนธัฐ กล่าวว่า ทราบจากเอกชน มีข้อเรียกร้องว่าอยากให้รัฐบาลจัดซอฟต์โลน ช่วยนักธุรกิจในพื้นที่ กู้ได้โดยปลอดดอกเบี้ย แต่ยังติดข้อจำกัดการติดแบล็คลิสต์ ซึ่งหารือกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าประกาศตรวจปลดล็อกจุดนี้ เพียงแค่งบประมาณจากเงินกู้ให้เขาขยายกิจการ เชื่อว่าศักยภาพของผู้ประกอบการจะไปได้ไกล
ส่วนในพื้นที่ อ.จะนะ มีการสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปแล้ว และมีการเสนอหลายโครงการจะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับทุกภาคส่วน นายชนธัฐ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา หน่วยงานราชการ และรัฐบาลยืนยันว่าเรามี SEA แล้ว ใช้งบประมาณถึง 28 ล้านบาท ใช้เวลา 4 ปีกว่า ในการจัดการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่นำประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันเกือบ 10,000 คน
ดังนั้น แนวทางหลักในการพัฒนาสิ่งที่ SEA กำหนดเอาไว้คือพื้นที่สงขลา ไม่ได้เป็นห้ามเรื่องการพัฒนา ยังมีอุตสาหกรรมบางประเภทที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่มี ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเกษตร อาหารฮาลาล อุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ประชาชน