ครม.เห็นชอบ ประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน ใช้งบ 1.5 หมื่นล้านต่อปี คุ้มครอง 7.5 หมื่นล้าน ทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

วันที่ 1 ก.ย.2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.สัญจร ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากการรอรับเงินเยียวยาไปสู่ระบบประกันภัยสำหรับครัวเรือน ผ่านโครงการประกันภัยพิบัติ โดยมีเป้าหมายให้ความคุ้มครองครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ครอบคลุมภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งความคุ้มครองออกเป็นความคุ้มครองที่อยู่อาศัยและความคุ้มครองชีวิต

โดยกำหนดความคุ้มครองที่อยู่อาศัยมีวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง จ่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี ส่วนความคุ้มครองชีวิตกรณีเสียชีวิตจะจ่ายผลประโยชน์รายละ 2 ล้านบาท ความช่วยเหลือเบื้องต้นจ่ายภายใน 15 วัน และความช่วยเหลือเพิ่มเติมภายใน 15 วันถัดมา

ซึ่งช่วงเช้า นายอนุทิน กล่าวถึงโครงการประกันภัยถ้วนหน้าว่า ให้การคุ้มครองประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยคุ้มครองภัย 3 แบบ คืออุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็นความคุ้มครองที่อยู่อาศัยวงเงินสูงสุด 100,000 บาท ต่อหลังคาเรือน/ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อไปและคุ้มครองชีวิต กรณีเสียชีวิตจ่ายผลประโยชน์รายละ 2 ล้านบาท โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถจ่ายได้ภายใน 15 วัน และช่วยเหลือเพิ่มเติมภายในอีก 15 วัน

นายอนุทิน กล่าวว่า ภาครัฐจะเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี ถ้าเทียบแล้วน้อยกว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเรื่องของการเยียวยา ทั้งค่ารักษาพยาบาลค่าถุงยังชีพค่าตั้งศูนย์พักพิง ถือว่าเป็นการประกันความเสี่ยง ถ้าไม่เกิดพายุเลยก็ถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ วงเงินที่คุ้มครองประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมาเราใช้ 45,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นไปตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง คำนวณมาเบื้องต้น เราจะใช้จ่ายเงินที่น้อยลง แต่การคุ้มครองประชาชนจะเป็นจำนวนที่มากขึ้นซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐ จากเดิมที่รอให้เกิดภัยพิบัติแล้วจึงดำเนินการเยียวยา มาเป็นการเตรียมระบบรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยสำหรับภัยสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตั้งเป้าครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะช่วยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงเงินสินไหมทดแทนได้รวดเร็วและมีวงเงินช่วยเหลือมากกว่าระบบเยียวยาในรูปแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐสามารถบริหารความเสี่ยงและวางแผนงบประมาณสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน