ฝ่ายค้าน ล็อกเป้าซักฟอก ‘อนุทิน-ไชยชนก’ แน่ ดักคอ ภท. อย่าสกัดไม่ให้อภิปรายฮั้วสว.-โกงสอบท้องถิ่น แย้ม ‘โรม’ หัวเรือหลักทำญัตติ ปัดตอบสอยนายกฯ ร่วงเมื่อไหร่
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 2 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เราได้ประชุมกันแล้ว
โดยสมัยนี้จะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น คือ พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันว่าเราจะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 นั่นคือการอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในเชิงกรอบเวลาเราจะดำเนินการโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยว่าจะครอบคลุมถึงใครบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่แต่ละพรรคจะไปรวบรวมมา แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานโดยมีหัวเรือหลัก คือ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ เพื่อยื่นญัตติโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์
เมื่อถามว่า จะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายที่จะสามารถสะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากคุยก่อนเกิด แต่คิดว่าเราทำงานเต็มที่ ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกที่ดี และขอฝากว่าเห็นนายกฯ บอกว่าพร้อมตอบทุกคำถาม ก็หวังว่านายกฯ และพรรคภูมิใจไทย จะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาฯ วินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่องฮั้วสว. และเรื่องโกงสอบท้องถิ่นได้ ไม่ใช้เทคนิคแบบนั้น
เมื่อถามกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าพรรคประชาชนทำให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ได้ ก็สามารถเอาลงได้ จะทำได้เมื่อไหร่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งเราเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไปก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน
ฉะนั้น ย้ำว่าเราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดี ประชาชนเห็นพ้องกับเราว่า การมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาลน่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราคงไปคาดเดามติของ สส. ไม่ได้ แต่เราเข้าใจเสียงในสภาดีว่า ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่แค่การมานับคะแนนของการลงมติ แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้
หากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เขาก็จะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า จะไม่สายเกินไปหรือที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้า นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่ปลายทางเราต้องมองเป็นขั้น เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ ซึ่งเมื่อเรายื่นญัตติเราก็อยากให้ สส. ส่วนใหญ่ ลงมติไม่ไว้วางใจ
แต่ย้ำว่าตนคงไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะมี สส. รัฐบาลกี่คนที่จะลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราชนะมติได้ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมากลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วเราทำหน้าที่ของเราได้ดี เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชนก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย