“สุชาติ” เดินหน้าความร่วมมือไทย–ลาว แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เตรียมส่งทีมถ่ายทอดองค์ความรู้รับมือไฟป่า พร้อมพาคณะลาวศึกษาระบบ War Room เชียงใหม่

วันที่ 8 ก.ย.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน (H.E. Assoc. Prof. Dr. Linkham Douangsavanh) รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมคณะผู้แทน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือทวิภาคีและร่วมลงนามใน “บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ภายหลังการปรับโครงสร้างหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของลาว

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ต้อนรับและหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เพื่อ ยกระดับความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันตั้งแต่การป้องกัน การเฝ้าระวัง ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไทยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกัน ครอบคลุมทั้ง การป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การใช้เทคโนโลยีสำรวจระยะไกล ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้ไทยและ สปป.ลาว สามารถร่วมกันรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติ กล่าวว่า MOU ฉบับนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญในการเปลี่ยนความร่วมมือจากกรอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง ไทยจึงพร้อมทำงานร่วมกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ

นอกจากการลงนาม MOU แล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยยังได้ ส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้แก่ สปป.ลาว ได้แก่ อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ และเครื่องเป่าลมสำหรับสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ลาวในการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและรับมือสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จริง
การสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” (CLEAR Sky Strategy) โดยประเทศไทยพร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการไฟป่า รวมถึงโครงการฝนหลวง ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่าและพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงได้ยาก ตลอดจนพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการไฟป่าไปถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ภายในปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลหมอกควันที่กำลังจะมาถึง

สำหรับวันที่ 9–11 กันยายน 2569 นายสุชาติได้มอบหมายให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำคณะกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ของประเทศไทย ณ ห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควัน ไฟป่า (War Room) ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานแบบบูรณาการภายใต้ระบบ Single Command พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังพล ณ ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้คณะ สปป.ลาว ได้เห็นกลไกการบริหารจัดการตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงการปฏิบัติในพื้นที่จริง

ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า การยกระดับความร่วมมือผ่าน MOU ไทย–สปป.ลาว การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสนับสนุนอุปกรณ์ จะช่วยเสริมศักยภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน และนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งสองประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน