นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษเรื่องการเมืองไทยและสังคมไทยสำหรับอนาคต ในงานเสวนาวิชาการที่จัดโดยนักเรียนหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร
ในการบรรยายของอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ครอบคลุมถึงเรื่องการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสถาบันทางการเมือง
นายนครินทร์ระบุตอนหนึ่งว่า การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระนั้น มีการเปลี่ยนทุกช่วงเวลา มีความเคลือบแคลง ไม่แน่นอน มีปัญหาทางกฎหมายหลายเรื่อง
ส่วนการทำประชามติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้มติเสียงข้างมากเห็นชอบ แต่ยังมีข้อติดขัดทั้งทางกฎหมายและทางการเมือง ว่าจะมีผลนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ได้อย่างไร
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญระบุด้วยว่า ปัญหาขณะนี้ คือรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมือง อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ในเรื่องการยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจ เช่น ประชาชนไว้วางใจต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ค่อนข้างต่ำ
ขณะที่การใช้อำนาจของวุฒิสภา มีความชอบธรรมในระดับต่ำ สืบเนื่องจากระบบที่ให้สว.มาจากการเลือกกันเอง ซึ่งเป็นระบบที่คิดกันเอง ไม่เคยมีใครใช้มาก่อน
โดยเฉพาะเรื่องที่มาสว.นั้น อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญขยายความด้วยว่า รู้จักกับประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ท่านบอกว่าเสียใจมากที่สุดกับเรื่องหนึ่งที่ไม่รู้จะทำอย่างไร
เป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างฯ คือเรื่องระบบการเลือกสว. ทำมาแบบนี้ ก็ต้องรับชะตากรรมแบบนี้
ส่วนหนึ่งจากการบรรยายของอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหารัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ความไม่ไว้วางใจต่อกกต.ค่อนข้างต่ำ และที่มาของสว. ซึ่งเป็นระบบที่คิดกันเอง และไม่เคยใช้วิธีการแบบนี้มาก่อน
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. และการเลือกสว.เมื่อปี 2567 ที่ขณะนี้เป็นเรื่องร้อน และคดีใหญ่ที่อื้อฉาวทางการเมือง ทุกภาคส่วนต่างเฝ้าจับตามอง และติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาขั้นสุดท้ายของกกต.ทั้ง 7 คน จะส่งสำนวนให้ศาลฎีกาหรือไม่ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ให้ศาลไต่สวน ควรจะเป็นทางออกดีที่สุด
แต่ปัญหาคือ ด้วยรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา การยกร่างที่ผิดพลาดในอดีต ดังที่อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญสะท้อนออกมา จะเป็นอุปสรรคต่อทางออกคดีสว.หรือไม่ หรือในเมื่อออกแบบที่มาสว.กันมาแบบนี้ ก็ต้องรับชะตากรรมกันแบบนี้ต่อไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน