เปิดสาเหตุ กกต. ไม่ฟ้อง “เนวิน-แกนนำภูมิใจไทย” เผย ไม่เชื่อพยาน ทั้ง 3 ปาก เหตุมีข้อขัดแย้งภายในพรรค ก่อนย้ายไป พรรคกล้าธรรม

วันที่ 14 ก.ย.2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการพิจารณาสำนวนคดีทุจริตเลือกสว. โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงกรณีไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคไปยังศาลฎีกาว่า เป็นมติ กกต.เสียงข้างมาก ซึ่งข้อกล่าวหาที่ 1 กับข้อกล่าวหาที่ 2 เชื่อมโยงกัน

ข้อกล่าวหาที่ 1 เป็นกรณีความปรากฏ กกต.สั่งให้รับเรื่องแล้วไต่สวน ถ้าดูแล้วผู้ถูกร้อง 187-206 และ 228 คือ นายเนวิน ชิดชอบ ข้อกล่าวหานี้เป็นความปรากฏจากสำนวนสอบสวนมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เข้าไปช่วยเหลือ สว. 140 คน ที่เชื่อว่ามีชื่อในโพย และได้อันดับต้นๆ ว่าได้รับการช่วยเหลือจาก 21 คนนี้

ซึ่งเราต้องดูข้อกล่าวหา คำชี้แจง พยานหลักฐาน สำนวนนี้มีพยานรหัสที่ 16/26 รหัส 21/26 และ 22/26 และ 25/26 และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เป็นพยานกล่าวอ้างว่า แต่พยานสำคัญคือพยานรหัสที่ 16 ที่เป็นประเด็น มาให้ถ้อยคำว่ารู้เห็น 4 เหตุการณ์ ว่า กก.บห.คนรุ่นใหม่ นำโดย นายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมวางแผนฮั้วสว. ศึกษาระเบียบ คิดค้นโปรแกรมออฟไลน์ โดยทราบจากเพื่อนสส.และ กก.บห.

เหตุการณ์ที่ 2 เป็นช่วงมีการเลือกสว. คือ 26 มิ.ย.67 หลังเลือกสว.ระดับจังหวัด ก่อนการเลือกระดับประเทศ มีการประชุม กก.บห.ภูมิใจไทย มีการบรรยายวิธีให้เป็นไปตามแผน โดยมีนายภราดร และ นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นผู้บรรยาย มีนายเนวิน และนายอนุทิน นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน พยานอ้างว่าประชุมร่วม

เหตุการณ์ที่ 3 วันที่ 24 มิ.ย.67 ไปที่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา ทำโพยฮั้ว ที่ติวเตอร์ เป็นนางสุขสำรวย วันทนียกุล มาร่วมด้วย

เหตุการณ์ที่ 4 หลังเลือกระดับประเทศ นำสว.ในสายไปรับมอบนโยบายจากนายเนวิน ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ผู้ถูกร้องทุกคนปฏิเสธ

ซึ่งตนวินิจฉัยว่า กรณีนี้เป็นการเลือกสว.ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย. 67 และกกต.ประกาศผลการเลือกเมื่อ 10 ก.ค.67 ภายหลังประกาศผล มีการร้องเรียนการเลือกสว.ว่าไม่ชอบ มีผู้ร้องและผู้ถูกร้องจำนวนมาก

และ 18 มี.ค.2568 มีการรับทราบจาก กกต.ว่า ดีเอสไอมีหนังสือแจ้งเรื่องรับสอบสวน กรณีมีผู้ร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งกกต.เห็นว่ามีมูล มีการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกสว. จึงเสนอให้ตั้งเรื่อง โดยวันที่ 18 มี.ค. ไม่มีการแถลงข้อกล่าวหาทั้ง 21 คน ตอนนั้นกกต.ตั้งชุดไต่สวน 26 ดำเนินการไต่สวนเรื่อยมา จนจะเห็นว่าคนถูกร้องจริงๆ คือ คนที่มีชื่อ 1-7 ของโพย มีผู้ถูกกล่าวหา 140 คน

ต่อมาวันที่ 10 มิ.ย.2568 ผ่านมาหลายเดือน กกต. ได้รับรายงานจากชุด 26 ว่ามีผู้กระทำความผิดทั้งผู้มีสิทธิ์เลือก และผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เริ่มขอให้ กกต. รับเรื่องสอบ กก.บห. และผู้มีส่วนในพรรค เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.68 ซึ่งเป็นภายหลังจากรับคำร้องตั้งแต่แรก ซึ่งก็มาจากพยานรหัสต่างๆ มาให้ถ้อยคำว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด

การรับรองผลล่วงเลยมาเป็นเวลานาน ทำไมไม่เคยแจ้งเหตุ ไม่แจ้งกกต.เลยว่า กลุ่มคนเหล่านี้กระทำความผิด พยานปากนี้ให้ถ้อยคำชุด 26 หลังจากที่อ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์มานาน หากพูดเรื่องการเมือง พยานรหัส 16/26 เคยเป็นสส.ภูมิใจไทย และมีมติให้พ้นจากพรรค เพราะพยานคนนี้ถูกศาลจังหวัดขอนแก่น ตัดสินว่าทำความผิด ยักยอกเงินสหกรณ์ครูหลายร้อยล้าน ถูกจำคุก และย้ายไปพรรคกล้าธรรม แล้วตอนนั้นก็ขัดแย้งกัน

28 พ.ค. 2568 พยานรหัส 16 จึงมาให้ถ้อยคำ ขอกันตัวเองมาเป็นพยาน ก็เห็นว่าตอนนั้นก็มีมูลเหตุ ข้อน่าสงสัยว่ามีเจตนาอย่างไร จึงต้องฟังด้วยความระมัดระวัง จะว่าไม่มีเหตุโกรธเคืองก็ไม่ถนัด

นอกจากนี้ พยานอ้างว่าเหตุเกิดที่พรรคภูมิใจไทย ก็มีพยานรหัส 16/26 คนเดียวที่ให้การ แล้วเหตุการณ์ 1 หรือ 2 ก็ไม่พบว่ามีการเก็บเครื่องมือสื่อสาร แต่ก็ไม่พบหลักฐานอื่นเลย ภาพถ่ายใดๆ ไม่ปรากฏกระทั่งหลักฐานการปฏิบัติการของนายภราดร ไม่มีวัตถุพยานโปรแกรมว่ามีลักษณะใดที่อ้างว่ามีเงินจำนวนมหาศาล ก็ไม่ปรากฏว่าจ่ายให้ใคร ไม่มีเส้นเงิน พยานปากนี้ให้การไม่ได้ว่าให้เงินอย่างไร ใครรับบ้าง เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ

ข้อกล่าวหานี้ยังมีพยานอีก 2 ปาก คือ 21/26 และ 22/26 ทั้ง 2 คน เป็นสว.ทั้งคู่ ก็ถือเป็นพยานประกอบ เราก็มาดูว่าพยานประกอบเชื่อมโยงสอดคล้อง กับพยาน 16/26 หรือไม่ เพราะพยานทั้ง 2 บอกว่าไปร่วมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ และอ้างว่า นางสุขสำรวยร่วมด้วย

และพยานรหัส 22 บอกว่ารวมกลุ่ม กับรหัส 16 ทราบว่า กลุ่ม 16/26 ได้โควตา 2 คน ซึ่งไม่มีถ้อยคำใดเลยว่าพยาน 22/26 ที่อยู่พะเยา มาอยู่ในกระบวนการเขาเลย แต่บอกว่ามีคนเดียวคือ 21/26 ที่อยู่ขอนแก่น ทำให้เห็นว่าความสอดคล้องของพยานไม่มีเลย

สำคัญสุด คือ พยานทั้ง 3 มากลับคำให้การ โดยมีหนังสือถึงประธาน กกต. บอกว่าพฤติการณ์ที่อ้างไว้ ไม่เป็นความจริง การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่ผู้พิพากษา พยานกลับคำ ตนลงโทษมาเยอะ แต่พยาน 3 ปากนี้ ไม่น่าเชื่อถือมาตั้งแต่แรก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน