นภินทร โล่ง กกต.ยกคำร้องคดีฮั้วสว. ชื่นชมใช้อำนาจเที่ยงธรรม-ไม่หวั่นแรงกดดัน ยันเดินหน้าฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ด้านเจเศรษฐ์บอกไม่ได้รู้สึกอะไร ให้ประชาชนตัดสิน
เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 15 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้วสว.ว่า เบื้องต้นก็เป็นธรรมดา สำหรับคนที่ถูกกล่าวหา เมื่อ กกต.ยกคำร้อง ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนดีใจ
แต่ต้องยอมรับว่า ในกระบวนการยุติธรรม กกต.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และตามระเบียบ รวมถึงพิจารณาหลักฐานอย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงแรงกดดันต่างๆ ที่กดดันให้ กกต.หยุดใช้อำนาจ เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ ดังนั้น ต้องขอชื่นชม กกต. ที่ใช้อำนาจอย่างเที่ยงธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อถามว่ารู้สึกโล่งขึ้นหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า เป็นธรรมดา คนเราถูกกล่าวหา เมื่อเขายกคำร้องก็ต้องโล่ง เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่ชื่นชมว่า กกต.ไม่คำนึงถึงแรงกดดัน และใช้อำนาจอย่างเที่ยงธรรม ไม่ทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ ที่ถูกกดดันว่าต้องส่งให้ศาลทั้งหมดทุกคน
เมื่อถามว่าในพรรคได้คุยกันหรือไม่ว่าจะมีการฟ้องร้องคนที่กล่าวหาในนามพรรค นายนภินทร กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน สิ่งที่ตนตั้งข้อสังเกตคือ ข้อมูลต่างๆ ที่ออกมา เป็นความลับทั้งนั้น ออกมาได้อย่างไร และเอาข้อมูลเฉพาะที่เป็นผลร้าย มากล่าวต่อสังคม
ที่สำคัญ แม้ว่ากฎหมายอาญาจะใช้คำว่าพนักงานเปิดเผยความลับ แต่ก็ยังมีเรื่องตัวกลางและผู้สนับสนุน ซึ่งคนที่เอาความลับมาเปิดเผย ก็มีความผิดต่างกรรมต่างวาระ สิ่งเหล่านี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด
เมื่อถามว่าคดีที่แจ้งความก่อนหน้านี้ยังเดินหน้าใช่หรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า ยังเดินหน้าอยู่ ซึ่งตนกำลังตัดสินใจว่าสอบไปถึงไหน หากไม่เดินหน้ามาก ก็จะฟ้องเองภายในอายุ 90 วัน และยืนยันว่าขณะนี้ยังฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังไม่มีประเด็นอะไรนอกเหนือจากในสภาฯ
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะสส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเดียวกันว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไร คิดว่า กกต.พิจารณาไปตามหลักฐาน เมื่อวานกับวันนี้ตนก็ไม่ได้รู้สึกต่างกัน ตนมั่นใจในพยานหลักฐาน และมั่นใจว่าช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหา ตนอยู่ต่างประเทศ ก็ไม่เข้าใจในพยานหลักฐานที่เขาพูดกันอยู่แล้ว พยายามอยู่ในจุดยืนที่ไม่ตอบโต้
ส่วนที่ภาคประชาชนมีการเปิดข้อมูลออกมา จะดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน