อนุทิน บอกปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ลั่นเรื่องสยอง-สะเทือนขวัญ “เหมือนมาโกงบนหัวผม” ชี้สังคมพิพากษาแล้ว ฟาดให้ยับไม่เกรงใจอิทธิพล ลุยขยายผลฟันข้าราชการเอี่ยว ขีดเส้นตายต้องจบภายใน 30 ก.ย. เผย ตร.แจงผลสอบ‘ทองเจือ’แล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ก.ย.2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถึงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า เรื่องนี้บั่นทอนความมั่นใจของประชาชนมากพอสมควร

ไม่มีใครไม่เชื่อว่าเรื่องนี้สุจริต ซึ่งถือเป็นคราวเคราะห์ แม้ว่าจะกำลังดำเนินการอยู่ สมมติว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลย เกิดขึ้นโดยระบบหรือธรรมชาติ ก็คงไม่มีใครเชื่อ ที่ผ่านมาเครือข่ายจากการสอบสวน ได้เห็นว่ามีบุคคลภายนอกมาร่วมด้วย ซึ่งน่าอนาถใจมาก

“พูดในภาษาที่เป็นพี่น้องกัน คือ การมาโกงกันบนหัวผม ตอนนี้สังคมสรุปและพิพากษาไปเรียบร้อยแล้ว และตัวผมเองก็พิพากษาไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เพียงแต่อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย มันต้องมีขั้นตอน มีหลายหน่วยงาน มีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดย ปปง. ยึดทรัพย์กว่า 380 ล้านบาท แต่ยังไม่หมดเท่านี้” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะดูแลกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ต้องขยายผล ภายนอกมีการจับเข้าคุก ห้ามเยี่ยมห้ามประกัน ส่วนข้าราชการที่มีส่วนทำผิดกฎหมายต้องเร่งดำเนินการ ตอนนี้แค่ย้ายไม่พอ หากเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ ปลัดมหาดไทย ต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ

หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็ไม่มีเรื่องต้องเกรงกลัว ต้องฟาดให้ยับ เพราะถือเป็นการทำความเสียหายให้กับหน่วยงาน เปรียบทุกคนเป็นเจ้าของบ้าน มีทรัพย์สิน อยู่ดีๆ ใครไม่รู้มาทำลายทรัพย์สิน บ้านของเรา ก็ต้องถือว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกัน

ตนอยู่ที่นี่มา 3 ปีต้องเกรงใจกันบ้าง การมาบอกว่าทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วตั้งแต่ที่ตนยังไม่เข้ามา เรื่องนี้ขอไม่รับทราบ แต่ขอรับทราบเมื่อตนเองเข้ามาอยู่ที่นี่ และจะทำเรื่องเหล่านี้อีกไม่ได้

เวลาโดนประชาชน สื่อมวลชน เขาไม่ได้พูดถึง ผอ. อธิบดี หรือผู้ตรวจคนไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับพูดว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทยที่จะทำเรื่องนี้ได้ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง

“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะไปบอกให้ยั้งมือ หรือเว้นใครคนใดคนหนึ่ง หากการสืบสวนสอบสวนพาดพิงไปถึงใคร ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ก่อนถึงวาระโยกย้าย โดยอธิบดี ปภ.ที่เป็นประธานสอบสวนวินัยร้ายแรง ขอให้เร่งดำเนินการ หากไม่เรียบร้อย เดี๋ยวจะไม่ได้ไปโยธา” นายกฯ ระบุ

นายอนุทิน กล่าวว่า ชัดอยู่แล้ว รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ต้องรับทั้งผิดและทั้งชอบ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ น่าสยองสำหรับความเป็น รมว.มหาดไทยของตนเอง ฉะนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เข้าใจว่าการทำงานตรงนี้ มีกฎหมายต้องยึดว่าต้องเร่งรัด

“ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องมองขั้นตอนข้างหน้าต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน วิเคราะห์ต้องเป็นอย่างนี้เกี่ยวพันถึงคนนั้นคนนี้เท่าที่เราทำงานด้วยกันมาโดยเฉพาะกรณีนี้ ผมสงสัยตรงไหนไม่เคยหลุดซักเรื่อง แต่ท่านจะมากลัวว่าเดี๋ยวเขาจะฟ้องกลับ ฟ้องกลับยิ่งดี จะได้เปิดเผยทุกอย่างที่เราเข้าไปไม่ถึง เพราะกฎหมายปกป้องคุ้มครองคนทำหน้าที่โดยสุจริต

ไม่ให้ขยายเวลา ผมขอพูดตรงนี้ มีคนมาขอให้ผมขยายเวลา เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางให้เลย 30 ก.ย.เป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนหน้าที่ของคนหลายคน จึงขอให้ปลัดและรองปลัดที่เกี่ยวข้องช่วยกันหารือร่วมกัน เพื่อไปดำเนินการในคณะกรรมการ ไม่มีการปกป้องช่วยเหลือใคร

เรื่องนี้ขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จ ให้ถือเป็นข้อสั่งการอย่างชัดเจน เวลาล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว หน่วยงานอื่นไปไกลมากแล้ว ดังนั้น หน่วยงานเจ้าบ้านต้องเด็ดขาด” นายกฯ กล่าว

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีมีรายชื่อ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกฯ ไปเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ตร.ได้ตอบกลับมาหรือยัง ว่า ตอบกลับมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน