กรณ์ ชี้สหรัฐฯ ไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 เครือข่ายสแกมเมอร์ หวั่นไทยถูกมองด้อยประสิทธิภาพ สะท้อนอำนาจไทยเป็น เป็ดง่อย ซัด ก.ล.ต.ทำงานช้า มีการเมืองปกป้องหรือไม่ สงสัยเคยเรียก “วรภัค”ชี้แจงหรือไม่ ฟันธงกมธ.สหรัฐฯ ลุยขยายผลแน่ เป็นเรื่องใหญ่กระทบคนอเมริกัน
เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2569.ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 2 ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เตรียมเสนอ รมว.ต่างประเทศ และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ให้คว่ำบาตรบุคคล และองค์กร 28 รายชื่อ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ว่า
สิ่งที่ กมธ.การเงินฯของไทย หลายเดือนที่ผ่านมาได้กำชับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ควรเร่งดำเนินการด้วยหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดที่มี เพื่อประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์โดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ในระบบเศรษฐกิจตลาดทุนไทย และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของไทย
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ผลของการทำงานของสแกมเมอร์ หลายปีที่ผ่านมาไม่กระทบแค่คนไทยที่ถูกหลอกลวง แต่มีผลกระทบกับประชากรทั่วโลกที่ใช้ฐานในภูมิภาคนี้เพื่อหลอกลวงในประเทศอื่น ซึ่งเขาก็เดือดร้อนและไม่นิ่งนอนใจ รอให้เราเป็นผู้ดำเนินการกับกลุ่มคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
“ถ้าเขาเห็นเราช้า พูดง่าย ๆ คือเขาก็ต้องอาศัยกฎหมายหรืออำนาจทางกฎหมายที่เขามี ดำเนินการโดยเร็ว เพราะประชากรของเขาไม่ได้ใจเย็นที่จะรอคอยการบังคับใช้กฏหมาย เหมือนกับคนไทย ที่ในหลายสถานการณ์มีความรู้สึกด้านชากับการทำงานที่ล่าช้า” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ทางผู้แทนของสภาคองเกรส คงเกินจุดที่เขาจะรอคอย เลยขอให้รัฐบาลของสหรัฐฯใช้อำนาจทางกฎหมายที่มี Global Magnitsky Human Rights Accountability Act หรือ กฎหมายที่นำมาใช้คว่ำบาตรบุคคลระดับโลกในการสอบสวน
ต้องขอยืนยันในความเป็นธรรมของทุกคนว่ารายชื่อทุกคนที่ปรากฏนั้น ไม่ได้เป็นตัวพิสูจน์ความผิด แต่เป็นกลุ่มคนที่เขามองว่ามีเบาะแสที่ควรต้องดำเนินการสอบสวนเชิงลึก และอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ในส่วนของตัวบุคคลเหล่านั้น
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนมีผลกระทบต่อเราอย่างไร คือหากเขาดำเนินการไป ปรากฏว่าทางเรายังไปไม่ถึงไหน ในการสอบสวนคนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง หากเราไม่มีความคืบหน้า เหมือนเราด้อยประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของคนไทย แต่ยังต้องเป็นที่พึ่งของต่างชาติให้เราคุ้มครองการดำเนินการในเรื่องที่เขาเสียหายจากประเทศไทยด้วย
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนมองว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะรู้สึกเหมือนว่าสหรัฐฯจะต้องลงมือเองแล้ว แทนที่จะพึ่งพาไทยที่ใกล้ข้อมูลมากกว่าและมีความรับผิดชอบโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเรายังไม่พร้อมดำเนินการ และเรื่องนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองของเราด้วย
คนที่มีชื่อปรากฏ ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นบุคคลที่เคยได้รับแต่งตั้งโดยนายกฯคนปัจจุบัน และคนที่ถูกแต่งตั้งก็มีความสำคัญ เป็นถึงรมช.คลัง ดังนั้น การที่ไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใดๆ จะนำไปสู่คำถามว่า เป็นเพราะการเมืองปกป้องหรือไม่ ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คำถามนี้มีในใจของตนและทุกคนแน่นอน ยิ่งเป็นเหตุทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควรเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ความชัดเจน และความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ต่อข้อถามว่ารัฐบาลควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายในสภาไปแล้ว และเคยตั้งกระทู้ถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ที่มีหน้าที่โดยตรงกำกับดูแลการทำงานของ ก.ล.ต. และเคยตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างของ ก.ล.ต. ซึ่งมีประธานที่ถูกสอบสวนอยู่ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับทุนเทาเดียวกันนี้หรือไม่
ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม สุดท้ายจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของ ก.ล.ต. ที่ล่าช้ามาก ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจว่ามีความเกี่ยวโยงทางการเมือง และเหตุใดการเมืองถึงไม่ทำในส่วนที่ทำได้ เพื่อเร่งรัดให้มีข้อสรุปที่ชัดเจน
“เรื่องทุนเทา ถึงแม้กระแสสังคม ในช่วงหลังเลือกตั้งจะซาลงไป โดยมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน แต่ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการสะสาง ผมพูดมาตลอดว่าทุนเทาข้ามชาติจะใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยฟอกเงิน เขาไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีคนไทยร่วมมือ วันนี้ดูเหมือนต่างประเทศเขาเริ่มเห็นเหมือนกันว่าอาจจะเป็นเช่นนั้น ฉะนั้นเป็นคำถามที่ทางเราต้องรีบตอบ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”นายกรณ์ กล่าว
ส่วนที่นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตรมช.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง และพยายามส่งเอกสารไปยังสหรัฐ ฯ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของนายวรภัค ที่จะป้องกันตนเอง ที่ต้องไปชี้แจงกับผู้กล่าวหาที่สหรัฐฯ เมื่อฟังคำชี้แจงแล้ว สหรัฐฯจะวินิจฉัยเอาเอง
แต่ฝ่ายไทย ต้องทำหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ตนได้ติดตามและพูดคุยหน่วยงานของไทยซึ่งอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลอยู่ แต่ก็เป็นประเด็นว่ารวบรวมข้อมูลนานเกินไปหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพออีกหรือ และได้ขอข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง
“พอสหรัฐฯระบุชื่อคุณวรภัค เขาก็ออกมาทันทีทันใด โดยแจ้งว่าติดต่อไปแล้ว และพยายามนำข้อมูลไปเสนอ ขอถาม ทาง ก.ล.ต.ของเรา เคยติดต่อคุณวรภัคหรือไม่ และคุณวรภัคเคยมีความรู้สึกว่า ต้องเอาข้อมูลไปชี้แจงต่อ ก.ล.ต.ด้วยตัวเองหรือไม่ “ นายกรณ์ กล่าว
เมื่อถามว่านายวรภัค จะไปชี้แจงกับกมธ.ของสหรัฐฯ จะเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบไม่เคยมีการไปชี้แจง และนายวรภัค ไม่ได้ไปชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ซึ่งกมธ.การเงินฯของไทย จะพิจารณาว่าจะร่วมมือกับกมธ.ของสหรัฐฯในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ เพราะทางสหรัฐฯมีอำนาจเข้าถึงเรื่องการโอนเงินระหว่างประเทศ ขณะที่กมธ.ของไทยไม่สามารถทำได้
ต่อข้อถามว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีแค่นายวรภัค เพราะหากสืบสวนถึงธุรกรรมทางการเงิน จะพบเส้นสายเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าตามหลักฐานที่เห็นมีแน่นอน
แต่ไม่ตอบว่ามีบุคคลในรัฐบาลชุดปัจจุบันเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะส่วนตัวเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่าเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลไหน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร หรือเกี่ยวโยงกับพรรคใด
แต่ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มสแกมเมอร์ ให้การสนับสนุนการหลอกลวงคนไทย หรือต่างประเทศ แล้วนำมาฟอกในระบบเศรษฐกิจไทย ตลาดทุนไทย เราจะไม่ยอมปล่อยแม้แต่คนเดียว
เมื่อถามว่ามีโอกาสที่กมธ.สหรัฐฯ จะรับไปดำเนินการหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า มีโอกาสสูง ที่กมธ.สหรัฐฯ จะรับไปดำเนินการและขยายผลต่อในเรื่องนี้ เพราะประธานกมธ.สหรัฐฯทั้ง 2 คณะ เป็นชุดใหญ่โดยเฉพาะ 2 คน เป็นสมาชิกพรรครัฐบาล มาจากพรรครีพับบิกัน (Republican Party)
“พูดตามตรงแนวโน้มโอกาสสูง เขาเตรียมกันมาแล้ว ต้องรอดูว่ารัฐมนตรี มาร์โค รูบิโอ จะรับลูกเรื่องนี้อย่างไร และจะกดปุ่มใช้อำนาจสอบสวนตามกฎหมายที่มีหรือไม่ แต่ผมคิดว่าโอกาสสูง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา ประชาชนของเขาเดือดร้อนมาก
จากพฤติกรรมของกลุ่มสแกมเมอร์ ที่มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคนี้ ไม่ว่ากัมพูชา เมียนมา ตามจดหมายที่ระบุถึง คิดว่าทางการเมืองก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนของเขา โดยใช้อำนาจของกฎหมายทั้งหมดที่มี” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีผลต่อรัฐไทย แต่มีผลต่อบุคคลที่ปรากฏในรายชื่อ และผู้ที่ตั้งข้อกล่าวหา แต่ส่งผลต่อประเทศไทยในทางอ้อม ทำให้มุมมองการใช้อำนาจของไทยเปรียบเป็น “เป็ดง่อย” สุดท้ายพึ่งพาไม่ได้ ทางสหรัฐฯต้องมาทำเอง เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาล่าช้า ไม่มีความจริงจังที่ชัดเจน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้กมธ.การเงินฯ ส่งคำถามไปยัง ก.ล.ต. 20 ข้อ ได้รับคำตอบ 1 ข้อ มี5ข้อที่ตอบอ้อมๆ แต่ 10 ข้อไม่ได้ตอบเลย และถ้ายังไม่มีคำตอบ ขอให้แจ้งว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถแจ้งเราได้เลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ ขอให้ดูกรณีสหรัฐฯเขาชัดเจนว่าต้องมีความชัดเจนภายใน 180 วันส่วนของเราไม่มีเงื่อนไขเวลาที่สามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้เลย
“เราเตือน ก.ล.ต.ไปตั้งแต่วันนั้นว่า สมมติว่าเราเชื่อ ว่าคุณทำผิดจริงแต่มันประเด็นปัญหาเรื่องความล่าช้า มีอยู่ดีเพราะความล่าช้าระหว่างนั้น คือคนที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ต้องรับผิดชอบต่ออะไร แถมหลายคนยังทำในสิ่งที่เขาทำมาตลอด โดยไม่มีใครไปปราบปราม
ถ้ากรณีต่างประเทศเขาเดินเร็วกว่าเรากับคนของเราเอง แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน นี่คือสถานการณ์ที่เตือนไปและเกิดขึ้นแล้ว ขอให้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบรีบดำเนินการและทำตามหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต”นายกรณ์ กล่าว