สว.พันธุ์ใหม่ จ่อบุกถาม กกต. หลังมีชื่อในสำนวน “นันทนา” ซัด ทำงานมั่ว เหมือนมีธง ยัน ไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหา “วุฒิพงศ์” ยันไม่เคยประชุมที่จูปิเตอร์ โอดถูกเหมารวมเป็นกลุ่มฮั้วไปแล้ว

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2569 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติสำนวนไต่สวนการเลือก สว. ข้อกล่าวหาที่ 4-7 ซึ่งพบรายชื่อสว.กลุ่มพันธุ์ใหม่อยู่ในสำนวนไต่สวนที่แยกจากสำนวนหลัก ซึ่งกกต.มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องว่า ประเด็นที่ถูกยื่นร้อง ตนไม่ทราบมาก่อน และรู้สึกงงว่าเกิดอะไรขึ้น

โดยวันนี้ (21 ก.ย.) ตนให้นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ในฐานะตัวแทนกลุ่มไปยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ควรมีเอกสารแจ้งและเชิญไปให้ปากคำ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายละเอียดดังกล่าวปรากฎ

“กกต. อย่าทำงานมั่ว เพราะคำร้องที่ถูกยกไปนั้นไม่มีที่มาที่ไป เหมือนพยามทำให้กลุ่มต่างๆ เหมือนกับ สว.กลุ่ม 229 คน ทั้งที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากไม่เคยถูกกล่าวหามาก่อน ไม่มีที่มาที่ไป ที่เขียนในเอกสารข่าวบอกแค่มาตรา แต่รายละเอียดไม่ชัดเจนว่า ทำอะไร ที่ไหน พฤติกรรมอย่างไรที่ถือเป็นความผิด ทำให้ต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา ในฐานะผู้เสียหายต้องทวงถาม กกต. ถึงมาตรฐานการทำงาน” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามว่าเรื่องที่ถูกยกคำร้องมองว่าเป็นกรณีเดียวกับการประชุม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมื่อ 25 มิ.ย. 2567 หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ตนไม่เคยไปร่วมประชุมกับใคร ยกเว้นที่ห้องจูปิเตอร์ หากบอกว่าเป็นการจัดเลี้ยง ที่ห้องจูปิเตอร์ไม่มีการจัดเลี้ยง แม้กระทั่งเลี้ยงน้ำ และในวันดังกล่าวมี กกต. และสื่อมวลชนไปสังเกตการณ์ด้วย ดังนั้น หากบอกว่าเป็นการจัดเลี้ยง คิดว่าไม่น่าจะใช่

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่ห้องจูปิเตอร์ มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือเรียกไปให้คำชี้แจงหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ไม่เคยมี และอยากตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นหลังจากที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พูดในช่วงนี้ ทำให้สงสังต่อการทำงานของ กกต. ว่าได้ตรวจสอบตามหลักฐานอย่างถูกต้องหรือตามธงของใครที่ชี้ช่อง

“กกต. ต้องเป็นกลาง คนผิดต้องผิดตามหลักฐาน หากเข้าสู่กระบวนการต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่ใช่ถูกชี้เป้า กกต. ทำงานเหมือนมีใบสั่ง มีธงให้ทำ” น.ส.นันทนา กล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่ามีอีก 3 สำนวนที่พิจารณาและต้องสอบเพิ่ม หมายถึงว่าหลักฐานไม่พอหรือไม่มีหลักฐานพอต้องสอบเพิ่ม จะเป็นความยุติธรรมหรือความไม่เท่าเทียม หรือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ กกต.ต้องตอบคำถามให้ได้ว่ามีธงตรวจสอบหรือไม่

เมื่อถามว่ามองการทำงานของ กกต. ต่อการสอบสวนคดีฮั้วอย่างไร น.ส.นันทนา กล่าวว่า กกต. ทำงานมั่วมาก ไม่มีมาตรฐาน และต้องการเบี่ยงประเด็นจากเรื่องฉาวของตนเองที่ตัดตอนคดีฮั้วสว. ของกลุ่ม 229 คนที่ไม่ถึงคนบงการ

ด้าน น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวว่า ตนไม่ทราบถึงข้อกล่าวหาที่ กกต. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง เพราะไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจง ส่วนตัวคาดว่าประเด็นที่ถูกร้องและปรากฏอยู่ในมติยกคำร้องตามสำนวนไต่สวนของ กกต. เพราะมีผู้สมัคร สว. ในกลุ่ม 13 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม ยื่นร้องเรื่องการขาดคุณสมบัติ และทราบว่ายื่นร้องกับทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้

แต่ตนไม่มีปัญหา เมื่อ กกต. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง ไม่ได้แปลว่าไม่ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเท่านั้น แต่หมายถึงเรื่องร้องนั้นไม่มีมูลใดๆ ทั้งสิ้น

“ผมไม่ทราบว่ากล่าวหาผมเรื่องอะไร ห้องจูปิเตอร์ก็ไม่ได้ไป เรื่องนี้ผมไม่ได้ติดใจอะไร เพราะ กกต. เอกฉันท์ยกคำร้องไปแล้ว แต่หากให้ดี กกต.ควรเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับคดีฮั้วทุกคดี และหากผลการไต่สวนมีมูล มีหลักฐานให้ยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งผมยินดีที่จะขึ้นศาล เพื่อให้เคลียร์ให้จบ เพราะขณะนี้ยอมรับว่า สว.ทุกคนถูกสังคมเหมารวมว่ามีพฤติกรรมฮั้วเหมือนกันหมด หาก กกต. ทำคดี และศาลตัดสินเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานทุกฝ่าย” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน