คณะพนักงานสอบสวน คดีพิเศษ เลื่อนประชุมคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ไร้กำหนดการหลังมติ ครม. เด้ง‘ยุทธนา’ พ้นอธิบดีดีเอสไอ รอ ‘ปิยะ’ เข้ารับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ก.ย. มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ โดยโอน พ.ต.ต.ยุทธนา ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับซี 11
ท่ามกลางกระแสข่าวภายในกระทรวงยุติธรรมว่า การโยกย้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความไม่พอใจของฝ่ายการเมืองที่มีต่อดีเอสไอ กรณีเนื้อหาภายในสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. โดยเฉพาะคำให้การพยานปากสำคัญหลายราย และพยานเอกสารหลุดไปสู่บุคคลภายนอก อาจมีผลต่อการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาทิ ไอลอว์ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ จนกระทบต่อบุคคลระดับแกนนำทั้งในและนอกพรรคภูมิใจไทย
รวมทั้งเพื่อต้องการวางแนวทางกำกับควบคุมสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ซึ่งจะต้องสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้สั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปเพียง 8 ราย แต่อัยการคดีพิเศษเห็นว่าเป็นคดีที่มีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วน จึงให้ไปสอบสวนเพิ่มเติมกับคน 7 กลุ่ม
ประกอบด้วย 1.กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ 2.กลุ่มบุคคลผู้วางแผนการกระทำความผิดและจัดวางระบบปฎิบัติการโปรแกรมออฟไลน์ 3.กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล 4.กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัครสว. 5.กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็นสว. ซึ่งมีการกำหนดชื่อและหมายเลขในโพย 141 ราย
6.กลุ่มผู้สมัครสว.ประเภทโหวตเตอร์ และ 7.กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย เพื่อประกอบเข้าสำนวนพร้อมกับนำความเห็นวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบเข้าสำนวนเช่นกัน
รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการโยกย้ายดังกล่าว ทำให้สำนวนคดีอาญา อั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ส่อชะงักลงทันที เดิมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เตรียมจะประชุมช่วงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อวางกรอบและแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติม การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษที่ตีกลับสำนวน
แต่เมื่อครม.มีมติโยกย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนอยู่แล้วนั้น เป็นเหตุให้การประชุมนัดแรก ต้องถูกเลื่อนออกไปไร้กำหนด และยังไม่มีกำหนดการใหม่ จนกว่า ร.ต.อ.ปิยะ จะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จึงต้องรอการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปิยะ เพื่อรอรับทราบแนวทางและนโยบายในคดีอาญา โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวพันกับการทุจริตเลือกสว.ว่า ร.ต.อ.ปิยะ จะมีแนวทางและกำชับข้อปฏิบัติอย่างไรในการสอบสวนสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพื่อดีเอสไอจะได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นรอบคอบก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษอีกครั้ง