วันที่ 25 ก.ย.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ ในโอกาส กลุ่มงานสาธารณสุขจากภาคใต้ 5 จังหวัด จากปัตตานี, ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา กว่า 80 คน เดินทางมาศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
เพื่อเรียนรู้ระบบการแก้ไขปัญหายาเสพติด ครอบคลุมทั้งด้านการบำบัดฟื้นฟู การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการเตรียมความพร้อม ฝึกทักษะอาชีพก่อนกลับคืนสู่สังคม เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก รวมทั้งเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด ตามนโยบายของรัฐบาล หลังจากศึกษามาหลายพื้นที่ ก่อนจะเลือกมาดูงานที่บุรีรัมย์

นายโสภณ กล่าวว่า กลุ่มที่มาดูงานในครั้งนี้ เป็นกลุ่มสาธารณสุขจังหวัด มีทั้งสาธารณสุขจังหวัด ผอ.โรงพยาบาลต่างๆ มาดูเรื่องการบำบัดยาเสพติด ในนามโครงการ “รวมพลังรักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ที่อ.ลำปลายมาศ และอีก 5 อำเภอประกอบด้วย อ.หนองหงส์, คูเมือง, พุทไธสง, นาโพธิ์ และบ้านใหม่ไชยพจน์ ที่ได้ดำเนินการนำร่องมาแล้วกว่า 2 ปี
โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นโมเดล เพราะทำแบบครบวงจร ซึ่งเป็นต้นแบบของประเทศที่ประสบความสำเร็จ จะเห็นได้ว่าผู้ที่เข้ารับการบำบัดมีเด็กอายุ 13 -14 ปี ซึ่งปัญหาเกิดจากสภาพครอบครัว พ่อแม่หย่าร้าง ทำให้ต้องอยู่กับตาและยาย ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ
นายโสภณ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทางสภาได้เตรียมแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบทั้งระบบ และจะนำกฎหมายเรื่องยาเสพติดเข้าสภาในสมัยประชุมนี้ให้ได้ เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญมาก จากการสังเกตตอนที่ตนอยู่ในสภามักจะมี สส.ในหลายพื้นที่นำเข้ามาหารือแทบทุกวัน

ด้าน นายแพทย์อนุรักษ์ สารภาพ สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ความจริงแล้วการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีหลายโมเดลมาก แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าทำอย่างไรจึงจะได้ผลและประสบความสำเร็จจริงพอที่เราจะไปดูงานได้
เมื่อมาที่นี่ได้เห็นความมุ่งมั่น ความตั้งใจของผู้นำอย่างแท้จริง อย่างที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรอยากเห็นลูกหลานปลอดจากยาเสพติด โดยเฉพาะการรักษาและการส่งเสริมอาชีพ บางรายบำบัดออกไปสามารถไปสอบเป็นข้าราชการได้
“เมื่อมาเห็นแนวทางที่อ.ลำปลายมาศ รู้สึกมั่นใจว่าจะสามารถนำโมเดลที่นี่ไปใช้ได้เลย เพราะที่นี่ไม่ใช่เป็นการบูรณาการแค่ตัวหนังสือในกระดาษ ส่วนเรื่องงบประมาณนั้นผมมั่นใจว่าไม่มีปัญหาขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดว่าจะทำกันหรือไม่เท่านั้นเอง” นายแพทย์อนุรักษ์ กล่าว