‘ภูมิธรรม’ ย้อน 50 ปี 16 ตุลา ความขัดแย้งมีแต่ตัดตอนปชต. แนะไม่ควรส่งต่อความโกรธแค้น เรียนรู้อดีต เพื่อเดินหน้าสู่อนาคต
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รำลึก 50 ปี 6 ตุลา 2519 เรียนรู้อดีต เพื่อเดินหน้าสู่อนาคต “คือการส่งต่อความจริงและบทเรียนไม่ใช่ความโกรธแค้นและเกลียดชัง”
เช้ามืดวันที่ 6 ต.ค. 2519 เกิดการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับกุมจำนวนมากและในเย็นวันเดียวกัน เกิดการรัฐประหารยุติการเมืองแบบรัฐสภาหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
50 ปีผ่านไป เราอาจมีความเห็นต่อเหตุการณ์ในอดีตแตกต่างกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยไม่ควรปฏิเสธ คือเมื่อความเกลียดชังถูกสร้างขึ้นจนคนเห็นต่างกลายเป็นศัตรู ความรุนแรงก็สามารถเกิดขึ้นได้ และเมื่อความขัดแย้งทางการเมืองจบลงด้วยการใช้กำลังประชาธิปไตยก็ถูกตัดตอน การเรียนรู้ของสังคมก็ถูกตัดขาดไปพร้อมกัน
ผมจึงเห็นว่าการรำลึกถึง 6 ตุลา 2519 ไม่ควรเป็นการส่งต่อความโกรธแค้นและเกลียดชัง ไม่ควรเป็นการตัดสินว่าใครคือผู้ชนะหรือผู้แพ้ และไม่ควรนำความสูญเสียในอดีตมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองในปัจจุบัน สิ่งที่เราควรทำ คือมองความจริงอย่างตรงไปตรงมา
ระลึกถึงผู้สูญเสียด้วยศักดิ์ศรี และมองเห็นความฝันของคนหนุ่มสาวในวันนั้นที่ต้องการประชาธิปไตยและความเป็นธรรม บทเรียนสำคัญคือสังคมต้องไม่ปล่อยให้ความเห็นต่างถูกเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง คนที่เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู และไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นคนที่เราสามารถใช้ความรุนแรงต่อเขาได้ ประชาธิปไตยอาจไม่สมบูรณ์แบบ อาจมีความขัดแย้ง มีความผิดพลาด และมีสิ่งที่ต้องแก้ไข
แต่ประชาธิปไตยจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อประชาชนและสังคม มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ถ้าทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เราเลือกตัดตอนกระบวนการนั้นด้วยกำลังหรือรัฐประหาร ประเทศก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสิ่งที่สูญเสียไม่ใช่เพียงรัฐบาลหรือรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง แต่คือเวลา โอกาส และพัฒนาการทางประชาธิปไตยของคนทั้งประเทศ
50 ปีที่ผ่านไปของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 จึงควรพาสังคมไทย ก้าวเดินไปข้างหน้าจากความทรงจำ สู่บทเรียนจากความขัดแย้ง สู่การยอมรับความแตกต่างจากบาดแผลของอดีต สู่กติกาที่ทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้ หน้าที่ของคนรุ่นผม จึงไม่ใช่การส่งต่อความเกลียดชังและความแค้นจากอดีตให้คนรุ่นต่อไป แต่คือส่งต่อความจริงและส่งต่อบทเรียน หากเราทำเช่นนั้นได้ การรำลึกถึง 6 ตุลา จะไม่ใช่เพียงการมองย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน
แต่จะเป็นคำมั่นร่วมกันของสังคมไทยว่า เราจะไม่ยอมให้ความเห็นต่างกลายเป็นเหตุผลของความรุนแรง และจะไม่ยอมให้ประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพราะการตัดตอนด้วยอำนาจนอกระบบ นี่อาจเป็นการให้ความหมายที่ดีที่สุดแก่ผู้สูญเสียในวันนั้น ทำให้อดีตของพวกเขาช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป