สาทิตย์ ยอมรับฝ่ายค้านเคยคุย ม.152 เมื่อ 2 เดือนก่อน แต่เคาะยื่นซักฟอก ม.151 เหตุมีข้อมูล พฤติการณ์รัฐบาลชัด เชื่อเป็นแค่แนวคิดลอยๆ คาดสัปดาห์หน้าฝ่ายค้านคุยประเด็น-ทิศทางการอภิปราย หลังได้เวลาชัด

วันที่ 30 ต.ค.2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมี สส.พรรคประชาชน ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เสนอแนวคิดขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อดัดหลังรัฐบาลว่า จริงๆ ยังไม่ได้มีการคุยกันถึงแนวคิดนี้เลยในวิปฝ่ายค้าน

ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่มีการพูดคุยกัน ตนเห็นว่ามันเป็นเพียงกระแสข่าวเฉยๆ ที่สำคัญพรรคเราโฟกัสที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยมีการประชุมเตรียมการหลายรอบ สอบทานข้อมูลต่างๆ จึงยังไม่คิดเรื่องยื่นอภิปรายตามมาตรา 151

เมื่อถามว่ามีกระแสออกมาเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องคุยกันเผื่อไว้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะยังไม่มีการคุยกัน และแนวคิดนี้ยังไม่ใช่แนวคิดทางการ เป็นแค่แนวคิดลอยๆ อยู่ในกระแสลม

ต่อข้อถามว่าหากมีการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในช่วงนี้ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เอาเป็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ โฟกัสเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151 ด้วยเหตุผลว่า มาตรา 151 มาจากการประชุมของวิปฝ่ายค้าน และทุกพรรคเห็นตรงกันว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151

“ตอนนั้นที่คุยกัน มีการหารือว่าจะยื่นมาตรา 151 กับ มาตรา 152 โดยจะแยกกัน โดยยื่นมาตรา 152 ก่อน แล้วค่อยต่อด้วยมาตรา 151 หรือไม่ ซึ่งทุกพรรคเห็นตรงกันว่าควรยื่นมาตรา 151 ทันที ฉะนั้นถือว่ายุติทางความคิดแบบนั้น ตอนนี้ถือว่าเรื่องมาตรา 151 คือจบ ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และยื่นญัตติอภิปรายไปแล้ว มีการกำหนดวันแล้ว ก็รอตรงนั้น ส่วนมาตรา 152 มันแค่ความคิดที่เป็นกระแสข่าว แต่ยังไม่มีใครยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะเสนอ” นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่าในการประชุมวิปฝ่ายค้าน เคาะเลือกยื่นอภิปรายมาตรา 151 และตีตกไม่เลือกยื่นมาตรา 152 ใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ใช้คำว่าตีตก แต่ในการประชุมร่วมเมื่อ 2 เดือนกว่ามาแล้ว

ตอนนั้นเริ่มคุยกันว่าในสมัยประชุมนี้ควรยื่นญัตติตามมาตรา 151 หรือ 152 ดี โดยเหตุผลในตอนนั้นคือพฤติกรรมของรัฐบาลมันถึงจุดที่ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เพราะมีหลายเรื่องที่มีความชัดเจน ทั้งในแง่พฤติกรรมและข้อมูล จึงตัดสินใจยื่นตามมาตรา 151 ส่วนมาตรา 152 นั้น ไม่ยืนยันว่าใครเป็นคนเสนอ แต่ในการประชุมครั้งนั้นถือว่ายุติไปแล้ว

“การตัดสินใจจบลงที่การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือมีการถกถึงระยะเวลา ข้อดี ข้อเสียตอนนั้น แต่เราไม่ได้คิดว่ารัฐบาลนี้จะเงื่อนไขเยอะขนาดนี้ รู้สึกแตะต้องยากเหลือเกิน แต่ไม่เป็นปัญหา

เมื่อกำหนดวันอภิปรายมาแล้ว ก็ถือว่ามีความชัดเจน จากนี้ต้องเตรียมการอภิปรายให้ดีที่สุด จนกว่าจะมีใครสักคนยื่นหารือว่าจะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 เราค่อยมาว่ากันใหม่ อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องสมมติ” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นี้ พอเราได้ช่วงเวลามาแล้ว ก็เหลือแค่มาคุยกันอีกรอบ เพราะเราคุยกันเบื้องต้นว่า ให้แต่ละพรรคเอาประเด็นมาดูว่ามีประเด็นสำคัญหรือไม่

ถ้ามีประเด็นสำคัญ ก็เอาประเด็นนั้นมาหารือกันว่าทิศทางของแต่ละคนจะมุ่งไปประเด็นไหน ก็จะเกิดความชัดเจนว่าในประเด็นสำคัญนั้นเราจะแบ่งคนพูดอย่างไร อาจกำหนดเวลาได้ส่วนหนึ่ง คาดว่าจะคุยกันในสัปดาห์หน้า ส่วนประเด็นของพรรคประชาธิปัตย์นั้น คุยกันจบแล้ว โดยยืนตามหลักเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน