สรรเพชญ บินด่วนภูเก็ต เร่งแก้น้ำท่วม ดินสไลด์ สั่งปรับปรุงระบบระบายน้ำงทะเล ตั้งงบไม่เกิน 50 ล้าน ขุดลอกร่องน้ำป่าตอง พร้อมวางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว
วันที่ 30 ต.ค. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่ 26-29 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และการสัญจรในหลายพื้นที่
โดยมี น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต นายวิทยา จิตสุภาพ นายอำเภอกะทู้ นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง
นายจรูญ กอบโกย นายก อบต.กมลา นายวินัย กู้เมือง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงภูเก็ต นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสภาพความเสียหาย รับฟังปัญหา และหารือแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ติดตามปัญหาด้านคมนาคมที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดภูเก็ต
โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำและเส้นทางคมนาคม ซึ่งจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จังหวัดภูเก็ต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการวางแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
สำหรับการลงพื้นที่ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ พบปัญหาสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ ระบบระบายน้ำลงสู่ทะเลมีช่องทางค่อนข้างแคบ ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากได้ทันเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเพียง 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อีกประเด็นคือสะพานเดิมของกรมทางหลวงมีขนาดเล็กและมีตอม่ออยู่กลางทางน้ำ ทำให้กีดขวางการไหลของน้ำ
โดยเบื้องต้นได้ประสานกรมทางหลวงเร่งดำเนินการปรับปรุงระบบระบายน้ำ ซึ่งมีการสำรวจและจัดทำแบบไว้แล้ว คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เกิน 50 ล้านบาท พร้อมประสานจังหวัดภูเก็ตหารือร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกลางสำหรับดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายกรมทางหลวงสำรวจและออกแบบแนวทางก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ทดแทนสะพานเดิม โดยให้พิจารณาขยายช่องทางระบายน้ำและออกแบบโครงสร้างสะพานให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาการกีดขวางทางน้ำในอนาคต พร้อมมอบหมายกรมเจ้าท่าเข้าดำเนินการสำรวจ ขุดลอก และเปิดทางน้ำบริเวณร่องน้ำด้านล่าง เพื่อกำจัดดินตะกอนที่สะสมและเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำออกสู่ทะเล
ส่วนพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด นายสรรเพชญ ได้ติดตามการดำเนินงานของกรมเจ้าท่า ภายหลังจากที่ได้สั่งการให้นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า มอบหมายสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งแขวงทางหลวงภูเก็ตและแขวงทางหลวงชนบทภูเก็ต บูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย
โดยเฉพาะบริเวณปากคลองปากบาง ใกล้สะพานคอรัลบีช ซึ่งเป็นจุดระบายน้ำสำคัญลงสู่ทะเล พบว่ามีสันดอนทรายสะสมกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้การระบายน้ำจากพื้นที่ชุมชนทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กรมเจ้าท่าจึงได้ประสานเทศบาลเมืองป่าตองสนับสนุนเครื่องจักรเข้าดำเนินการขุดเปิดสันดอนทรายบริเวณปากคลองในช่วงน้ำทะเลลด เพื่อเพิ่มช่องทางการไหลของน้ำออกสู่ทะเลให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกำชับให้ติดตามสภาพทางน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณปากร่องน้ำที่เชื่อมต่อออกสู่ทะเล ยังพบปัญหาความตื้นเขินจากดิน ทราย และตะกอนที่ไหลลงมาจากพื้นที่ภูเขาในช่วงฝนตกหนัก ประกอบกับกระแสน้ำทะเลที่พัดพาตะกอนเข้ามาสะสมบริเวณปากร่องน้ำ ส่งผลกระทบทั้งต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำและการสัญจรทางน้ำของประชาชนและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว
จึงได้มอบหมายกรมเจ้าท่าและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต วางแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยให้สำรวจปริมาณตะกอนที่สะสม กำหนดปริมาณการขุดลอกที่เหมาะสม รวมถึงจัดหาพื้นที่รองรับการนำดินและทรายที่ขุดลอกออกไปทิ้งให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาพร่องน้ำให้สามารถระบายน้ำและรองรับการเดินเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวคิดการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจชุมชน โดยเสนอให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬา กรมเจ้าท่า จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่ เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นทางเดินริมน้ำ (Walkway) และตลาดเปิดท้าย
ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สาธารณะ พื้นที่กิจกรรม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบระบายน้ำให้มีความเป็นระเบียบและปลอดภัย
ขณะเดียวกัน นายสรรเพชญ ยังได้เน้นย้ำถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่และการขุดตักหน้าดินโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ป่าตอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพพื้นที่และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์และน้ำหลาก
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมยืนยันว่าหากตรวจพบการกระทำผิดเพิ่มเติมจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ในโอกาสนี้ นายสรรเพชญ ได้แวะเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและจิตอาสาที่ร่วมแรงร่วมใจจัดตั้งโรงครัว ณ วัดสุวรรณคีรีวงก์ ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ซอยนาใน
โดยมีประชาชนในชุมชนร่วมกันจัดเตรียมอาหาร ทั้งนี้ นายสรรเพชญได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งสะท้อนถึงน้ำใจและความสามัคคีของชาวภูเก็ตที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามเดือดร้อน
สำหรับปัญหาดินสไลด์ในพื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงภูเก็ต จากรายงานพบจุดเกิดเหตุรวม 4 จุด บนทางหลวงหมายเลข 4030 ตอนถลาง-หาดราไวย์ และทางหลวงหมายเลข 4028 ตอนห้าแยกฉลอง-กะรน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีกำหนดตรวจติดตามบริเวณทางหลวงหมายเลข 4030 กม.26+980 และ กม.30+500 รวมถึงทางหลวงหมายเลข 4028 กม.3+450 ซึ่งเกิดดินสไลด์ลงมาบนผิวจราจรจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำจนเกิดการพังทลาย
นอกจากนี้ ยังมีจุดทางหลวงหมายเลข 4030 กม.16+720-16+740 ที่เกิดการทรุดตัวของทางเท้าและโครงสร้างริมทาง โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และนำเครื่องจักรเข้าขุดตักดินโคลนและสิ่งกีดขวางออกจากผิวจราจรแล้ว ทั้งนี้ ตามรายงานเบื้องต้นเส้นทางทั้ง 4 จุดยังสามารถสัญจรผ่านได้ แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นายสรรเพชญ ได้กำชับให้แขวงทางหลวงภูเก็ตเร่งแก้ไขจุดที่ได้รับความเสียหาย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ทั้งการเคลื่อนย้ายดินโคลน การติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในจุดเสี่ยง ตลอดจนการตรวจสอบความมั่นคงของลาดดินและโครงสร้างริมทาง พร้อมจัดทำแนวทางแก้ไขระยะยาว ทั้งการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การเสริมความมั่นคงของลาดดิน และมาตรการป้องกันการกัดเซาะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินสไลด์ในจังหวัดภูเก็ต ไม่สามารถดำเนินการเฉพาะจุดหรือโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ การปรับปรุงสะพานและช่องทางระบายน้ำ การขุดลอกร่องน้ำจนถึงจุดระบายออกสู่ทะเล
ตลอดจนการดูแลโครงข่ายถนนและพื้นที่ลาดเชิงเขา โดยได้กำชับให้กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ประสานการทำงานร่วมกับจังหวัดภูเก็ตและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะเร่งด่วน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบระบายน้ำในระยะยาว เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและดินสไลด์ ตลอดจนสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว
