หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

ยศชนัน โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” หั่นค่าปุ๋ยเคมีแล้ว 50%

2 พ.ย. 2569 - 16:37 น.

“ยศชนัน” โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” หั่นค่าปุ๋ยเคมีแล้ว 50% นำผสานหลายหน่วยงานส่งต่อ 5 เครื่อง 5 สหกรณ์เมืองอุดรฯ เตรียมขยายผลทั่วประเทศ

วันที่ 2 พ.ย. 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และน.ส.ปิยะรัชต์ ติยะไพรัชต์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นภารกิจก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.นี้

จุดหมายสำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้อยู่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด…เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ และ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้กล่าวรายงานผลการดำเนินงาน

ไฮไลต์ของงานคือการลงนามความร่วมมือ (MOU) ข้ามกระทรวงครั้งสำคัญ เพื่อเดินหน้าโครงการนี้อย่างเต็มตัว โดยเป็นการจับมือกันระหว่าง วว. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวง อว. ร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงเกษตรฯ

จากนั้น นายยศชนัน กล่าวถึงแนวทางลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรว่า ปัจจุบันปุ๋ยที่นำเข้ามาในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการนำแม่ปุ๋ยเข้ามาเพื่อผลิตปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกรแต่ละราย

ทั้งนี้ แนวทางสำคัญคือการนำผลตรวจวิเคราะห์สภาพดินมาใช้กำหนดสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก เนื่องจากเกษตรกรแต่ละพื้นที่มีสภาพดินและความต้องการใช้ปุ๋ยแตกต่างกัน เมื่อทราบคุณสมบัติของดินแล้ว ก็สามารถเลือกใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี 100% แต่สามารถนำปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาผสมเพื่อลดสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมี พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีขึ้น

นายยศชนัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเครื่องผลิตปุ๋ยไปทดลองใช้ในพื้นที่นำร่องแล้วประมาณ 4-5 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร เนื่องจากหลายคนยังมีข้อกังวลว่าการใช้ปุ๋ยสูตรใหม่จะให้ผลผลิตดีเทียบเท่ากับปุ๋ยที่ใช้อยู่ตามปกติหรือไม่ จึงจำเป็นต้องทดลองและแสดงผลให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป จะมุ่งขยายองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงสามารถผลิตปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น และลดรายจ่ายด้านต้นทุนการเพาะปลูก

ขณะเดียวกัน ได้รับการสนับสนุนเครื่องผลิตปุ๋ยเพิ่มเติมจำนวน 5 ชุด ซึ่งจะนำไปประสานการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานและพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีความสนใจ โดยสามารถนำเครื่องดังกล่าวไปใช้หรือจัดหาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องผลิตปุ๋ยรูปแบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้เครื่องผสมปุ๋ยทั่วไปที่มีอยู่เดิมได้เช่นกัน โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำองค์ความรู้และผลวิเคราะห์ดินมาใช้ผลิตปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการของพืชและสภาพพื้นที่ เพื่อช่วยลดต้นทุนและรายจ่ายให้กับเกษตรกรในระยะยาว

หลังพิธีเปิด รองนายกฯ และคณะ ได้ส่งมอบเครื่องจักรผสมปุ๋ยอัตโนมัติให้กับสหกรณ์แม่ข่ายในอุดรธานีรวม 5 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด, สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม จำกัด และสหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด เพื่อให้นำไปต่อยอดบริการเกษตรกรในพื้นที่

ภาพรวมความคืบหน้าของโครงการนี้ถือว่าเห็นผลลัพธ์ในพื้นที่อย่างชัดเจน ปัจจุบันมีเกษตรกรใน 8 อำเภอของอุดรธานีเข้าร่วมแล้ว 442 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพารา นาข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย กว่า 2,818 ไร่ โดยชาวบ้านจะได้เรียนรู้วิธีใช้ชุดตรวจดินภาคสนาม (Soil Test Kit) เพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหาร และคำนวณสูตรปุ๋ยอินทรีย์เคมีให้พอดีกับความต้องการของดินและพืช

ผลจากการปรับเปลี่ยนวิธีนี้ ช่วยให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้กว่าครึ่ง ยกตัวอย่างกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี 41 รายแรก ที่หันมาใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน 343 กระสอบ (17,150 กิโลกรัม) พบว่าสามารถประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมีไปได้ทันทีถึง 139,200 บาท

ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้จริง ทั้งยังเป็นการหมุนเวียนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาทำปุ๋ย ซึ่งช่วยลดปัญหา PM 2.5 และฟื้นฟูสภาพดินในระยะยาวอีกด้วย


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ยศชนัน โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” หั่นค่าปุ๋ยเคมีแล้ว 50%