คอกะเพราไม่ต้องกังวล “กมธ.อว.”ยัน จดสิทธิบัตร กะเพราแก้วจุรี 1-4 ไม่กระทบสายพันธุ์อื่น ชี้ชาวบ้านปลูกขายได้ แต่หากขายแข่งต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมกมธ.ฯว่า ได้พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัย การบริหารจัดการสิทธิ์ในผลงานวิจัยและการนำผลงานวิจัยนั้นไปใช้ประโยชน์ ทั้งในเชิงพาณิชย์และสาธารณะอย่างเป็นธรรม

โดยที่ประชุมได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งได้รับฟังคำชี้แจง จากเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาพันธุ์กะเพรา เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก มีเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาและผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้การจดทะเบียนคุ้มครองกระเพราพันธุ์แก้วจุรี1-4 นั้นเป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่การให้สิทธิ์คุ้มครองกะเพราทั้งหมด โดยประชาชนยังสามารถปลูก บริโภคและจำหน่ายกระเพราพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆได้ตามปกติ
นายธัญธร กล่าวต่อว่า เรื่องรูปแบบและผลการวิจัยพัฒนาพันธุ์กะเพราศูนย์พันธุวิศวกรรม เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติให้ข้อมูลว่ารูปแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยปกติจะมีการร่วมมือทั้งในด้านของการวิจัยและการรับจ้างวิจัย โดยต้องกำหนดสิทธิ์ในผลงาน การประโยชน์และการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชัดเจน
สำหรับโครงการกะเพราที่นำมาพิจารณาเป็นการรับจ้างวิจัยโดยทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการให้แก่บริษัทซีพีแรม จำกัด ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทุน มีงบประมาณในการดำเนินการประมาณ 5.5 ล้านบาท มุ่งพัฒนาพันธุ์กระเพราให้มีกลิ่นสม่ำเสมอ ใบใหญ่ และหนาขึ้น เหมาะกับการผลิตอาหารโดยคัดเลือกพันธุ์และใช้เทคนิคเพิ่มโครโมโซม รวมทั้งศึกษาการจัดการหลังเก็บเกี่ยว
จากผลการดำเนินงานได้พันธุ์กะเพราแก้วจุรี 1-4 ซึ่งสิทธิ์ในพันธุ์นั้นจะเป็นของบริษัท ส่วนคู่มือการปลูกและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็นของมหาวิทยาลัย และมีการเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยระบุว่าได้คิดค่าบริการ ใช้เครื่องมือ และสถานที่ตามอัตราของบุคคลภายนอกตามปกติ
นายธัญธร กล่าวว่า ส่วนขอบเขตการคุ้มครองผลงานและผลต่อประชาชน ทางผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลว่า ในการแยกคุ้มครองสิทธิบัตรออกจากการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยสิทธิบัตรเกี่ยวข้องกับสิ่งประดิษฐ์หรือกรรมวิธีที่เข้าเงื่อนไข ส่วนพันธุ์กระเพราที่ปรับปรุงนั้น จะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. 2542
ซึ่งพิจารณาจากความหมายใหม่ความแตกต่าง ความสม่ำเสมอและความคงตัวของลักษณะประจำวัน ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตรได้เน้นย้ำว่าการจดทะเบียนกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 1-4นั้น ไม่กระทบกับการปลูกและจำหน่ายกะเพราพันธุ์พื้นเมืองอื่นแต่อย่างใด
โฆษกกมธ.ฯ กล่าวว่า ส่วนการเข้าถึงพันธุ์พืชและการแบ่งปันผลประโยชน์นั้นกลุ่มวิชาการเกษตรให้ข้อมูลว่าการนำพืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่ามาศึกษาวิจัยหรือปรับปรุงพันธุ์เพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องดำเนินการขออนุญาตและทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ โดยในกรณีของบริษัทซีพีแรม ได้มีการขออนุญาตและลงนามในข้อตกลงดังกล่าวแล้ว
ซึ่งกลไกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพันธุกรรมกลับคืนไปสู่การอนุรักษ์และท้องถิ่นที่เป็นแหล่งทรัพยากรควบคุมคู่กับการส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์พืชส่วน
“กมธ.ฯ ได้เสนอให้กระทรวง อว. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงด้วยภาษาที่พี่น้องประชาชนสามารถเข้าใจได้ง่ายโดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างสิทธิบัตรกับการคุ้มครองพันธุ์พืชและกิจกรรมที่เกษตรกรยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เพื่อลดความกังวลใจและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน”นายธัญธร กล่าว
ขณะที่ตัวแทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การคุ้มครองสิทธิบัตร โดยหลักเป็นการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่เกิดขึ้นใหม่ส่วนสิ่งที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติหรือสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้
ดังนั้นในกรณีของกะเพราจะไม่สามารถคุ้มครองในส่วนของสายพันธุ์พืชสารสกัด ดอก ราก หรือเมล็ด ต้องห้ามตามกฏหมายสิทธิบัตร แต่การประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยวกะเพรายังสามารถจดทะเบียนได้หากพบว่ามีความหมาย
เช่น มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เพื่อปรับปรุงพันธุ์หรือกรรมวิธีใหม่ที่เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้พันธุ์พืชเหล่านั้นมีผลตามที่เราต้องการหากเป็นเรื่องของกรรมวิธีหรือมีความใหม่ และการประดิษฐ์ที่สูงขึ้นก็สามารถที่จะรับความคุ้มครองได้อยู่ แต่จะไม่รวมถึงตัวพืช โดยเฉพาะในเรื่องของสายพันธุ์ โดยเฉพาะพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชพ.ศ. 2542 ซึ่งมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ความแตกต่างกับกับกมฑหมายสิทธิบัตร
ด้านตัวแทนกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชจะเป็นการให้สิทธิ์คุ้มครองตามกฏหมายสำหรับพืชที่ได้ปรับปรุงใหม่ ซึ่งกะเพราพันธุ์แก้วจุรี1-4 เป็นพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่จึงมีสิทธิ์ที่จะจดคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ได้และกฎหมายจะให้สิทธิ์คุ้มครองเฉพาะกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 1-4 เท่านั้น จะไม่ได้ครอบคลุมถึงกระเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไป เกษตรกรสามารถปลูกและใช้ได้ตามปกติ
ทั้งนี้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของพันธุ์จะต้องติดสลากไว้ที่ส่วนขยายพันธุ์ว่าพันธุ์นี้เป็นพันธุ์คุ้มครอง เมื่อนำไปปลูกสามารถขายใบ ขายผลผลิตเพื่อนำไปบริโภคได้ แต่สิ่งที่ทำไม่ได้อย่างเดียวคือขยายพันธุ์ขายแข่งกับเจ้าของ โดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าหากใครจะขยายพันธุ์แก้วจุรี 1-4 ก็สามารถไปขอเจ้าของพันธุ์ให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการได้
