มาร์ค จี้ คสช. ปลดล็อกการเมือง ลั่น ถ้าจะลงแข่ง ก็อย่ามา ‘เหนือเมฆ’
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ ประจำปี 2561 เสวนาหัวข้อ “อนาคตประชาธิปไตยไทย: ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง” โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ร่วมเสวนา โดยมี รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องจากประชาธิปัตย์เบื้องต้นคือ การยกเลิกคำสั่งคสช. ที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้กลับสู่การเลือกตั้งอย่างราบรื่น ควรทำอย่างเร็วที่สุด คำสั่งห้ามทำกิจกรรมพรรคการเมืองควรยกเลิก การประชุมหรือทำกิจกรรมของพรรค ที่จะกระทบกับความมั่นคง ตนมองไม่เห็นจริงๆ ไม่เห็นพรรคไหนประชุมแล้วสร้างปัญหาความมั่นคง ถ้าเขาจะสร้างปัญหาความมั่นคง เขาไม่ประชุมหรอก ส่วนการหยั่งเสียง ไพรมารีโหวต ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เวลาที่บีบแบบนี้ ไพรมารีจะเป็นเพียงพิธีกรรม แต่ละจังหวัดต้องมีสมาชิก 100 คน คนชนะอาจมีเพียง 60 คะแนน ต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำงานได้
“คสช.ต้องมีความชัดเจนว่า จะไม่มีการใช้อำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ที่จะไปแทรกแซงการทำงานของกกต. ที่ต้องอิสระและเป็นกลาง หากใครอ่านรัฐธรรมนูญจะพบว่า คนเขียนมีเจตนาว่า คสช. จะไม่มายุ่งกับการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่ง คสช. ครม. และสนช. ก็ไม่มีใครจะลาออกภายใน 90 วัน เพื่อมาเล่นการเมือง แต่พวกเขาหวังจะอยู่ในบัญชีนายกฯ จะตั้งพรรคเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาฯ ดังนั้นคสช. จะชัดเจนกับประชาชนได้หรือไม่ เจตนารมย์เป็นอย่างไร จะลงมาแข่งขันหรือไม่ ซึ่งการแข่งขันต้องเป็นธรรม ต้องเท่าเทียมคนอื่น นอกจากนี้จะต้องเคารพเสียงข้างมากในสภาผู้แทน วุฒิสภาจะฝืนเสียงข้างมากของส.ส. ที่มาจากประชาชนไม่ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์จะทำตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การยืนยันเลือกตั้งผู้ว่าฯ จังหวัดจัดการตนเอง ประชาธิปัตย์เห็นว่า การตัดสินใจจะต้องดูจากผลกระทบ ในความเหลื่อมล้ำของผู้มีส่วนได้เสีย หากมีปัญหากับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนปฏิรูป ก็ต้องไปแก้ ต้องทำให้ได้ เป้าหมายที่จะเดินไป หากไม่นับนโยบาย ตนว่าตรงกัน แม้เป้าหมายตรงกัน แต่ตนต้องบอกว่า เราต้องทำทันทีในการอธิบายว่า ขอบเขตของกติกาใหม่ที่เราต้องการเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสนับสนุนด้วยความสบายใจ การจะทำให้ ส.ว. 1 ใน 3 ยอมรับได้ ก็จะราบรื่น ไม่มีปมความขัดแย้ง ส่วนเสียงฝ่ายค้าน เราก็ไม่ต้องเป็นรัฐบาลร่วมกันทั้งหมด แต่เรามีเป้าหมายร่วมกันได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเสวนาเป็นไปอย่างคึกคัก นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และนักวิชาการ ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มายืนต่อคิวจัดระเบียบลงทะเบียนเข้ารับฟังการเสวนาตั้งแต่ช่วงเที่ยง จนทำให้ ห้อง รศ.101 ที่มีความจุกว่า 200 คน แน่นขนัด ไม่เพียงพอ ต้องเปิดห้องรศ.102 ความจุราว 100 คน ให้ทุกคนรับชมผ่านไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก มีการปรบมือสนับสนุนแนวคิดของนายธนาธร นายอภิสิทธิ์ และนายจาตุรนต์ เมื่อพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป นอกจากนี้ยังมีการโห่ใส่นายไพบูลย์ที่อ้างหลักธรรมกับการเมืองด้วย