เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง นานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ได้หารือในหัวข้อที่แต่ละฝ่ายเสนอมาเกือบ 15 ข้อ แต่มีบางเรื่องซ้ำไปมา เหลือประเด็นใหญ่ที่จะรายงานให้คสช.และนายกฯรับทราบ 3-4 ข้อ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาที่พรรคเก่าและพรรคใหม่โอดครวญมา ได้แก่ จะทำอย่างไรกับการประชุมใหญ่ของพรรค จะทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้มีทางออกหลายทาง และเรื่องการมีหัวหน้าสาขาพรรค ที่จะต้องทำไพรมารี่โหวต รวมทั้งคัดเลือกผู้สมัครลงเลือกตั้ง ก็ต้องมีหัวหน้าสาขา เรื่องนี้ ต้องดูว่าจะแก้อย่างไรเพราะมีปัญหาหลายพรรคยังจัดตั้งสาขาพรรคไม่ได้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งต้องไปรับฟังความเห็นจากพรรคและประชาชนในพื้นที่ อาจเป็นการทำกิจกรรมทางการเมือง จึงต้องดูว่าคสช. จะยอมให้ทำได้หรือไม่ขนาดไหน และเรื่องการบริหารจัดการเวลา จะกำหนดอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ยังไม่รู้แน่ชัด เช่น จะไปผูกกับการประกาศใช้กฎหมายลูกสองฉบับ กับการเลือกตั้งท้องถิ่น รวมทั้งการที่จะได้กกต.ชุดใหม่ เป็นต้น ซึ่งคิดไว้หลายทางเลือก มีการสมมติว่าถ้าเป็นในเดือนนั้นจะต้องทำอะไรก่อน หากขยับออกไปอีกหนึ่งเดือนต้องทำอะไรก่อนหลัง

ส่วนรายละเอียดในเรื่องอื่นๆ ถือเป็นประเด็นปลีกย่อย ไม่ต้องใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหา เช่น ค่าใช้จ่าย งบประมาณ หรือการหาทุนประเดิมไม่ได้หนึ่งล้านบาท ที่ต้องทำให้เสร็จภายในเดือนก.ย.

รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่พรรคต้องไปหาสมาชิก ที่ยังติดขัดในข้อกฎหมายจากคลายล็อกให้ ไม่ใช่ปลดล็อก เพื่อให้หาสมาชิกได้ ถ้าคลายล็อกแล้วยังหาสมาชิกไม่ได้ 500 คนในเดือนก.ย. ก็ต้องไปบริหารจัดการกันให้ได้ เพราะการจะใช้กฎหมายเข้าไปแก้ไขมีอยู่ 3-4 ประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องที่ต้องเสนอ คสช.คือ การให้กกต. ดำเนินการก่อนที่กฎหมายลูกจะมีผลบังคับใช้ 90 วัน ในที่ประชุมคุยว่าเรื่องใดที่กกต.ใช้อำนาจได้ก็ให้ทำไป เรื่องใดที่คสช.ช่วยได้ โดยไม่ต้องไปแก้อะไร เช่น จัดประชุมใหญ่ก็ให้ขออนุญาตมา แต่จะมี 4 ประเด็นที่ต้องออกกฎหมาย ก็ต้องดูว่าจะออกเป็นพระราชกำหนด พระราชบัญญัติ หรือหัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อคลายปัญหาที่ติดขัด แต่ไม่ใช่การปลดล็อกทั้งหมด

นายวิษณุ กล่าวว่า ดังนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าทั้งหมดจะต้องใช้มาตรา 44 หากปลดล็อกทั้งหมด ก็อาจสะดุดในบางอย่างได้ ยกตัวอย่าง หากจะใช้พระราชกำหนดเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นการเฉพาะเจาะจงเพียงเรื่องเดียวก็ไม่สามารถทำได้ แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเรื่องความมั่นคง ก็ออกเป็นพระราชกำหนดโดยพ่วงการแบ่งเขตเข้าไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสนอคสช.ไปแล้วหรือรัฐบาลมีความเห็นในทางใด ก็ควรมาคุยกันอีกครั้ง แต่เบื้องต้นจะไม่ประชุมคณะทำงานทางเทคนิคแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการพูดคุย ยังยืนยันจัดเลือกตั้งในเดือนก.พ. 2562 อยู่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่กล้าพูดอย่างนั้น แต่คาดว่าจะบริหารจัดการได้ แต่ถ้ามีตัวแปรบางอย่างที่เห็นว่าสมเหตุสมผลก็อาจจะบวกลบกันบ้าง

ส่วนไพรมารี่โหวต จะยังคงไว้อยู่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องรายงานให้คสช.ทราบใน 2 ประเด็นว่า ถ้ายังยืนยันจะมี แล้วจะเกิดปัญหาอะไร จะแก้อย่างไร หากยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม คงจะไพรมารี่โหวตไม่ได้ หรือถ้าไม่มีแล้วจะต้องทำอย่างไร จึงต้องมีสองทางเลือกเอาไว้ชี้แจง

ส่วนที่อยากให้เลิกไพรมารี่โหวต เพราะเห็นว่าปัจจัย 3 ข้อคือ ถ้าไม่มีการแบ่งเขต ไม่ยอมให้ประชุมใหญ่ ไม่ยอมให้หาสมาชิกได้ ก็ทำไพรมารี่โหวตไม่ได้ หากปัจจัย 3 ข้อนี้ยังไม่ขยับ ไพรมารี่โหวตคงจัดไม่ได้ พรรคจึงอยากให้ยกเลิก ซึ่งใน 3 ข้อนี้บางเรื่องคสช.ปลดเปลื้องให้ได้ บางเรื่องพรรคต้องไปบริหารจัดการเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน