ราคายาง ดิ่งไม่หยุด!! แตะ 37 บาท ชาวสวนขาดทุนหนัก เหตุ ‘การยางฯ’ ปล่อยบริษัทกำหนดราคากันเอง สาเหตุหลักคือ การบริหารอย่างล้มเหลวของ ‘กยท.’ ไม่เกี่ยวเศรษฐกิจภายนอก -เตรียมตั้งศูนย์รวบน้ำยาง สร้างตลาดต่อรองเอง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ราคายาง – วันที่ 31 สิงหาคม 2561 ที่การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง มีการประชุมตัวแทนสถาบันยางที่รับซื้อน้ำยางสดจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันหรือยางแผ่นรมควันอัดก้อนที่มีเกือบ 40 แห่ง ในจังหวัดตรัง เพื่อมารับทราบแนวทางการกอบกู้สถานการณ์ราคายางที่กำลังตกต่ำในขณะนี้ โดยผลักดันให้สถาบันยางผนึกกำลังกันตั้งศูนย์รวบรวมนำยางสด หรือบ่อน้ำยางสดภายในจังหวัดด้วยตนเอง โดยใช้เครือข่ายตลาดกลางยางพาราสงขลา สร้างพลังต่อรองกับบริษัทส่งออกยาง

เนื่องจากที่ผ่านมาชาวสวนยางหรือสถาบันยางไม่มีอำนาจต่อรองกับบริษัทผู้ส่งออกยาง รอความช่วยเหลือแก้ปัญหาเฉพาะจากรัฐบาลเท่านั้น แต่หากตั้งศูนย์รวบรวมน้ำยางสดได้ สามารถมีอำนาจต่อรองด้านราคาจะขายให้เฉพาะบริษัทที่เสนอให้ราคาสูงกว่าเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ที่ขณะนี้น้ำยางสดเหลือประมาณกิโลกรัมละ 37 – 39 บาท ส่วนราคายางแผ่นรมควันเหลือประมาณกก.ละ 42 – 43 บาท ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน ส่วนสหกรณ์ทุกแห่งก็ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก สาเหตุเพราะราคาน้ำยางสดกับราคายางแผ่นรมควันแตกต่างกันแค่ประมาณกก.ละ 2 – 3 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการแปรรูปอยู่ที่ กก.ละ 6 บาท ทั้งนี้สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือภาวะตลาดโลก แต่เกิดจากปัญหาภายในการบริหารงานที่ล้มเหลวของหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กยท.โดยการปล่อยให้บริษัทส่งออกยางพารายักษ์ใหญ่จับมือกันกำหนดราคา และกดดันราคายางมาโดยตลอด

นายสมยศ น้ำแก้ว ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) .กล่าวว่า จังหวัดตรังมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 1.4 ล้านไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1.2 ล้านไร่ ผลิตยางออกสู่ตลาดประมาณวันละ 3 ล้านกิโลกรัมยางแห้ง โดยจังหวัดตรังมีสถาบันเกษตรกรที่รับซื้อน้ำยางสดมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันกระจายทั้ง 10 อำเภอ แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาคือ ราคาน้ำยางสดกับราคายางแผ่นรมควันห่างกันเพียงแค่กก.ละ 2 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กก.ละ 6 บาทเศษ ทำให้สถาบันหรือสหกรณ์เกือบทั้งหมดประสบปัญหาขาดทุนหนัก แต่แท้จริงแล้ว ความต้องการน้ำยางสดมีมาก และพบว่าขณะนี้บางบริษัทมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆที่ต้องใช้น้ำยางข้นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ยางล้อรถยนต์ จึงมองว่าสถาบันหรือสหกรณ์สามารถจะทำธุรกิจรวบรวมน้ำยางสด เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสร้างอำนาจต่อรองด้านราคาให้สหกรณ์อยู่ได้ ซึ่งแผนต่อไปอาจจะมีการก่อสร้างโรงงานน้ำยางข้นขึ้นเอง

ขอบคุณ มติชนสุดสัปดาห์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน