ประเด็นร้อน : ลั่นกลองเลือกตั้ง บิ๊กตู่ลงสนามสู้ศึก

ตู่ลงสนามสู่ศึกเลือกตั้ง

ประเด็นร้อน : ลั่นกลองเลือกตั้ง บิ๊กตู่ลงสนามสู้ศึก

บิ๊กตู่ลงสนามสู้ศึก – พรรคการเมืองลั่นกลองรบทันที

ภายหลังพ...เลือกตั้งส..มีผลใช้บังคับเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา

ตามด้วยคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 22/2561 ปลดล็อกให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ หลังถูกจับแช่แข็งนานกว่า 4 ปี

สืบเนื่องจากคำสั่งปลดล็อก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า

พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมได้ ทุกอย่างไม่ว่าประชุมพรรค จัดเวทีปราศรัย ขึ้นป้ายคัตเอาต์ รวมถึงลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยไม่ถือเป็นการหาเสียง

เพราะการหาเสียงตามความหมายจริงๆ ในพ...เลือกตั้งส.. จะเริ่มเป็นทางการต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา (...) ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งจะคิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนั้น

สำหรับการจัดการเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่ เป็นฝ่าย กกต.ชี้แจงว่า ต้องขึ้นอยู่กับการประกาศพ...การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม.

ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้คือวันที่ 2 มกราคม 2562 หรืออย่างช้าไม่เกิน 4 มกราคม

เมื่อประกาศพ...การเลือกตั้งแล้ว จากนั้นอีก 2 วัน กกต.จะประกาศวันเลือกตั้ง และวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับ เลือกตั้งส.. เพื่อให้จัดเลือกตั้งได้ตามโรดแม็ป 24 กุมภาพันธ์ 2562

ผลจากคำสั่งปลดล็อก หลังพ...เลือกตั้งส..มีผล ไปจนถึงวันเลือกตั้ง

ช่วงเวลานี้แต่ละพรรคจำเป็นต้องรีบเข้าหาประชาชน หาเสียงตุนคะแนนไว้ให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกแค่ 2 เดือนเศษ

หลังจำใจปล่อยให้พรรค คสช. ลุยทำแต้มอยู่ฝ่ายเดียว ทิ้งห่างหลายช่วงตัว

สําหรับคำสั่งหัวหน้าคสช. ปลดล็อกการเมือง

ถึงจะช่วยให้บรรยากาศบ้านเมืองคลายความตึงเครียดลงไปมาก พร้อมเสริมสร้างให้พรรค การเมืองเกิดอาการคึกคักกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา

แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ได้รับการพูดถึงว่า

การปราศจากความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม อาจทำให้การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวังให้เป็นทางออกจากปัญหาทั้งหมดทั้งมวล

ในทางตรงข้าม ชัยชนะในการเลือกตั้งที่ได้จากการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อฉ้อฉลคะแนนเสียงประชาชนทั่วทั้งประเทศ ย่อมเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการก่อวิกฤตรอบใหม่

นอกจากรัฐธรรมนูญและการได้มาซึ่ง “250 ..” ที่ดีไซน์ขึ้นมาเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง เช่นเดียวกับรูปแบบการเลือกตั้งสูตรจัดสรรปันส่วนผสมตลอดจนการใช้มาตรา 44 เข้าแทรกแซงการแบ่งเขต

ล่าสุดบัตรเลือกตั้งกำลังเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก

หลังมีข่าวพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเปรยในที่ประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สายกับตัวแทนพรรคการเมือง ถึงบัตรเลือกตั้งที่ไม่จำเป็นต้องมีโลโก้และชื่อพรรค

ณะที่ กกต.โดดรับลูกทันที อ้างว่าข้อดีของการไม่ระบุโลโก้และชื่อพรรค เพื่อความสะดวกใน กรณีบัตรเลือกตั้งที่ส่งไปลงคะแนนนอกราชอาณาจักร เกิดพลัดหลงหรือส่งไปไม่ถึงผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์

การส่งบัตรสำรองที่ระบุชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรคไปให้ตรงเขต อาจมีปัญหา

จึงมีข้อเสนอให้พิมพ์เป็นบัตรโหลหรือบัตรที่มีแต่หมายเลขผู้สมัคร เผื่อกรณีเกิดบัตรพลัดหลง ไม่ว่าเขตใด ก็จะนำบัตรโหลส่งไปทดแทนได้ทันที

กรณีบัตรโหลสองพรรคใหญ่ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ต่างไม่เห็นด้วย คัดค้านอย่างหนัก เตรียมยื่นร้องต่อศาลปกครอง หาก กกต. กำหนดรูปแบบบัตร เลือกตั้งพิลึกพิลั่นเช่นนั้นจริง

เพราะอาจขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้โดยสะดวก ไม่สับสน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ชี้ว่า จุดประสงค์ของบัตรที่ใส่แค่เบอร์และชื่อผู้สมัคร ก็เพื่อให้นักการเมืองที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ถึงจะย้ายพรรคไปแล้วแต่ชาวบ้านอาจไม่รู้ นึกว่ายังอยู่พรรคเดิมจึงลงคะแนนให้ ที่ได้รับประโยชน์จึงเป็นพรรคพลังดูดที่ดูดเอาอดีตนักการเมืองไปสังกัดจำนวนมาก

บัตรโหล ยังไม่สะท้อนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนเลือกทั้งส..เขต และนำทุกคะแนนไปรวมเป็นคะแนนของพรรค เพื่อคำนวณเป็นส..บัญชีรายชื่อ หากดันทุรังต่ออาจนำไปสู่การฟ้องร้อง

ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ฝั่งพรรคเพื่อไทยมองว่าตนเองเสียเปรียบ ถ้าในบัตรไม่มีโลโก้พรรค เพราะโลโก้พรรคเพื่อไทยเป็นแบรนด์ ติดตลาดไปแล้ว ชาวบ้านจำได้ อยากเลือกพรรคเพื่อไทยก็ดูโลโก้ ไม่จำเป็นต้องจำหมายเลข

ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ฝ่ายผู้มีอำนาจต้องหาทางตัดโลโก้ทิ้ง เจตนาต้องการให้เกิดความผิดเพี้ยนในการลงคะแนน

ประเด็นนี้ยังไม่นิ่ง ต้องจับตาดูว่าสุดท้าย กกต.จะสรุปอย่างไร หากตัดสินใจไม่ดี ไม่ฟังเสียงทักท้วง

การเลือกตั้งอาจเป็นปัญหาได้

กรณีบัตรโหล ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความเห็นของพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขตภายใต้คำสั่งมาตรา 44

ทำให้ฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกต เป็นพฤติการณ์เข้าข่ายสั่งการหรือชี้นำ สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีความว่าแทรกแซงการเลือกตั้งและการทำหน้าที่ของ กกต.หรือไม่

ภายหลังการปลดล็อก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พล..ประยุทธ์ กลายเป็น เป้าถล่มจากพรรค การเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และพรรคประชา ธิปัตย์

ยิ่งชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมวางตัวพล..ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ของพรรคในการเลือกตั้ง

ซึ่งพล..ประยุทธ์เองนอกจาก ไม่ปฏิเสธข่าวดังกล่าว ยังได้ประกาศชัดว่า ถึงวันนี้ตนเองเป็นนักการเมืองเต็มตัว และจะขอตายคาเก้าอี้เพื่อประชาชน

ขับเน้นถึงเจตนาในการสืบต่ออำนาจอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป

เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ จึงไม่แปลกหากเสียงเรียกร้องให้พล..ประยุทธ์ และ 4 รัฐมนตรีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากตำแหน่ง จะดังกระหึ่มไปทุก มุมเมือง

เช่นเดียวกับเสียงเรียกร้องให้รัฐบาล คสช. ที่วันนี้เป็นเนื้อเดียวกับพรรคพลังประชารัฐไปแล้ว ยุติการดำเนินนโยบายหาเสียงล่วงหน้าด้วยเงินงบประมาณของรัฐที่มาจากภาษี ประชาชนนับแสนล้านบาท

อย่างเช่นมาตรการลด แลก แจก แถม ช่วงส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่ ยาวไปถึงตรุษจีนต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยเฉพาะการแจกเงินสด 500 บาทให้ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งกำลังครึกครื้นในเวลานี้ ว่ากันว่า

เป็นประชานิยมยิ่งกว่า ต้นตำรับเสียด้วยซ้ำ

กระแสกดดันให้ 4 รัฐมนตรีแสดงสปิริตลาออก ล่าสุดมีข่าวว่า ผู้ใหญ่ในรัฐบาลปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ไม่ให้ 4 รัฐมนตรีลาออก อ้างว่าไม่มีกฎหมายบังคับ

เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 4 คนยังขับเคลื่อนนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับพรรคได้ และสำคัญคือเพื่อเป็นกันชนและลดแรงเสียดทานให้พล..ประยุทธ์

เพราะหาก 4 รัฐมนตรีลาออก กระแสกดดันก็จะเบนเป้าลามมาถึงตัวพล..ประยุทธ์ จนอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมในการเลือกตั้งที่ใกล้มีขึ้นได้

จากสถานการณ์การเมืองที่กำลังเป็นอยู่

หลายคนมองย้อนไปถึงการเลือกตั้งส.. เมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 ที่กล่าวกันว่า เป็นการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

พรรคเสรีมนังคศิลาที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2498 เพื่อรองรับจอมพล ป. พิบูลสงคราม และพล...เผ่า ศรียานนท์ ได้เสียงข้างมากที่สุด 85 ที่นั่ง

แต่ผลเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับจากประชาชน

นิสิตนักศึกษารวมทั้งประชาชนจึงร่วมกัน เดินขบวนประท้วง จนในที่สุดจอมพล ป. ต้องลงมาเจรจา ยอมรับว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์จริง จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ การชุมนุมจึงสลายตัวไป

สำหรับการเลือกตั้งในปี 2562 จะทำลายสถิติการเลือกตั้ง 26 กุมภาพันธ์ 2500 หรือไม่

อีกไม่นาน เพียงแค่ 2 เดือนเศษก็จะได้รู้กัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทความก่อนหน้านี้ยุทธจักรแปดแฉก : เร่งกู้ภาพลักษณ์ตำรวจ / ปิดคดีกราดยิงโหด
บทความถัดไปข่าวข้นคนเข้ม : เลิกเหนียม ยอมรับแล้วว่าเป็น นักการเมือง เต็มตัว ต่อจากนี้ไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่เหมือนเดิม