หญิงหน่อย ควงอดีตส.ส.เพื่อไทย บุก กทม. ตะวันออก ชี้ “ถ้าออกไปเลือกตั้งน้อย ‘ลุง’ อยู่ต่อแน่!!” แซะ บอกจะคืนความสุข แต่ปชช. ไม่เคยมีความสุข
หญิงหน่อย – เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม ฝั่งวัดบำเพ็ญเหนือ คุณหญิงสุดา รัตน์เกยุราพันธุ์ แกนนำและประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมงานว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. นำโดย นายวิชาญ มีนชัยอนันต์ อดีตส.ส.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตส.ส.เขตคลองสามวา และนายวิตต์ ก้องธรนินทร์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตสะพานสูง ร่วมลงพื้นที่แนะนำตัว ทักทายสอบถามปัญหาชาวบ้านในตลาด ร่วมสวดมนต์ ทำบุญตักบาตร ก่อนเข้ามาจัดกิจกรรม “พรรคเพื่อไทยพบประชาชนพร้อมรับฟังปัญหา”
โดยมีประชาชนกว่า 150 คน ร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยอดีตส.ส.เพื่อไทย เน้นชี้แจงถึงปัญหาการเลื่อนการเลือกตั้งในยุครัฐบาลคสช.ตลอด 4 กว่าปีที่ผ่านมา ที่มีการเลื่อนเลือกตั้งไปแล้วไม่น้อยกว่า 4 ครั้งนับจากปี 2558 ไม่นับรวมครั้งล่าสุดที่อาจเลื่อนไปยังวันที่ 24 มี.ค. อีก นอกจากนี้ยังทำความเข้าใจระบบการเลือกตั้งที่เหลือเพียงบัตรใบเดียวและผู้สมัครส.ส.ต่างเขตเบอร์จะต่างเบอร์กัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจก่อนไปลงคะแนน
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ลงพื้นที่มากนัก เพราะคนมีสีในเครื่องแบบคอยติดตามทำให้ประชาชนเดือดร้อน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จีดีพีสูงแต่ประชาชนจนลง ความจริงคือความเจ็บปวด ร้านค้าบอกว่าเศรษฐกิจแย่มาก ยึดอำนาจไม่ว่า แต่ไม่ดูแลประชาชนให้ดี คืนความสุขมาจะ 5 ปี แต่ไม่มีใครมีความสุข ครั้งนี้ต้องทำงานอย่างมาก เขามี 250 ส.ว.แต่งตั้งรออยู่แล้ว
ถ้าออกไปเลือกตั้งน้อย ลุงอยู่ต่อแน่ ซึ่งหากปล่อยไว้จะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกอย่างน้อย 4-8 ปี เพื่อไทยจึงต้องชนะท่วม 250 ส.ส. การเลือกตั้งครั้งนี้ลองไม่ได้ มีแค่เลือกเพื่อจะอยู่กับลุง หรือไม่อยู่กับลุงเท่านั้น จึงขอให้เชื่อมั่นเพื่อไทยที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเรื่องยาเสพติดได้ดีทุกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะมีนโยบายหลักประกันรายได้ขั้นต่ำของประชาชนอย่างแน่นอน
“ปัญหาภาษีก็มีมาก อย่างการขายของออนไลน์ลูกหลานของเราต้องโดนรีด ต่างจากอาลีบาบาบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่ได้รับการยกเว้นก็ต้องแก้ เราจะใช้เงินน้อยกว่ารัฐบาลที่ใช้ไปกว่า 11.4 ล้านล้านบาท แต่ชาญฉลาดมากกว่า อย่างบัตรคนจนก็แค่เยียวยาเศรษฐกิจที่ทำพัง ซึ่งเราทุกคนก็ไม่มีใครอยากเป็นคนจนตลอดชีวิต ต้องการทำมาหากินยืนบนขาตนเอง ซึ่งตั้งแต่ไทยรักไทยเราไม่เคยแจกเงินฟรีๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน ที่ประสบความสำเร็จ หนี้เสียน้อยกว่าธนาคาร เงินทุกบาทที่ลงไปต้องถึงคนส่วนใหญ่ เราจึงจะเรียกชุดนโยบายทางเศษฐกิจว่า โครงการยกระดับมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำของประเทศ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว