ทษช. จี้รัฐยืดอกรับ ฝุ่นพิษวิกฤต สั่งเด็กเล็กหยุดเรียน ชี้ชีวิตคน มีค่าไม่น้อยกว่าเศรษฐกิจ
ฝุ่นพิษวิกฤตหนัก – วันที่ 25 ม.ค. นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และแกนนำไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึง ค่าฝุ่นพิษสูงเกินมาตราฐาน PM2.5 ขยายวงกว้าง 24 จุดทั่วกรุงเทพฯ ว่า วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการทันทีคือ ยุติโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งหมดชั่วคราว เพื่อเข้าไปตรวจสอบตามกฎหมายและสัญญาว่า ผู้รับเหมาดำเนินการตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะโครงการก่อสร้างคือหนึ่งในต้นตอของปัญหาที่สำคัญ ถ้าที่ไหนไม่ถึงเกณฑ์ต้องยุติไว้ก่อน แล้วทำให้ถูกต้อง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ อย่างย่านถนนพระราม 4 ก็มีหลายโครงการใหญ่ แนวก่อสร้างรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเส้นลาดพร้าว เส้นรามคำแหง ที่มีแวดล้อมเป็นตึกสูงล้อมรอบต้องรีบเข้าไปดูทันที
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
การคมนาคมที่ติดขัดแทบจะ 24 ชั่วโมง ก็ต้องประสานจราจรเร่งระบาย โดยใช้ประโยชน์จาก CCTV ที่มีแทบทุกจุดทั่วทั้งกรุงเทพฯ
สำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ จำเป็นต้องประกาศหยุดเรียนหรือหยุดงานให้ก่อนเช่นกัน เพราะถือเป็นกลุ่มอ่อนไหว ที่จะได้รับผลกระทบจากสุขภาพมาก
รัฐบาลต้องยอมรับแล้วพูดความจริงว่า ปัญหาฝุ่นพิษวิกฤตแล้ว ต้องออกมาตราการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหา ชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่มีค่าไม่น้อยไปกว่าเศรษฐกิจ ซึ่งยิ่งไม่มีมาตราการรับมือที่ชัดเจน ก็จะยิ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเป็นห่วง การท่องเที่ยวรายได้หลักของประเทศก็จะยิ่งมีปัญหา ทั่วโลกจะออกประกาศเตือนปัญหาฝุ่นพิษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพราะมาตราฐานสากลฝุ่นที่อันตรายคือ PM2.5 ไม่ใช่ PM5 แบบของไทย เข้าใจว่า การฉีดน้ำคือความหวังดีต่อการแก้ปัญหา แต่ผลวิจัยทางวิชาการก็ยืนยันแล้วว่า ไม่ช่วยอะไร
ส่วนระยะยาวก็ถือเวลาต้องนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างรอบด้านในแง่การคมนาคมนั้น ตนเห็นว่า อย่าโทษรถเมล์เพียงอย่างเดียว ต้องยอมรับว่าปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลที่ยังใช้เชื้อเพลิงคือปัญหาหลัก ต้องมีแผนปฏิบัติการระยะกลาง ระยะยาว 5 ปี 10 ปี ผลักดันให้เกิดวางระบบขนส่งที่ดี ลดปริมาณการใช้รถบนถนน ส่งเสริมให้ใช้พลังทางเลือกอย่างไฟฟ้าเป็นสำคัญ เชื่อว่ารัฐบาลที่ทำยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี ได้ เรื่องแค่นี้ก็ไม่น่าเป็นปัญหา